เล่นหุ้นให้ได้กำไร…ปลอดภัยจากการขาดทุน

top01babybull

 

เคล็ดลับในการเล่นหุ้นหาค่ากับข้าว
สำหรับนักลงทุนมือใหม่…มักน้อย

daytrade

เชื่อหรือไม่ว่า มีนักลงทุนมือใหม่จำนวนไม่น้อย ที่เริ่มต้นลงทุนด้วยเป้าหมายที่ดูแล้วแสนจะเจียมตั๊ว…เจียมตัวเป็นที่สุด นั่นก็คือหวังกำไรเล็กๆน้อยๆ รายวัน หรือรายสัปดาห์ แต่แอบหวังว่าตัวเองจะสามารถทำกำไรแบบกรุบกริบแต่สม่ำเสมอจากการลงทุนรายวันหรือรายสัปดาห์ ถึงขนาดที่นำมาเป็นรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เคียงบ่าเคียงไหล่กับเงินเดือนได้ จนบางคนถึงขนาดคิดฝันไปว่า จะสามารถทำกำไรได้ในอัตราที่พอใจนี้ไปเรื่อยๆ และสามารถลาออกจากงานประจำมาเล่นหุ้นเป็นอาชีพได้เลยก็ตาม ไม่เชื่อลองไปถามโบรกเกอร์ดูว่า บ่อยแค่ไหน ที่โดนนักลงทุนมือใหม่ขอร้องแกมบังคับ ให้ช่วยแนะนำหุ้นตัวไหนก็ได้ ที่สามารถทำกำไรได้สักสองสามช่องในแต่ละวันก็พอใจแล้ว คนที่มีทุนแสนก็อาจจะหวังวันละสองสามพันบาท คนที่มีทุนล้านก็หวังวันละสองสามหมื่นบาท และคนที่มีทุนสิบล้านก็หวังวันละสองสามแสนบาท

โดยมากคนที่โดนถามแบบนี้ มักจะอมยิ้มแล้วส่ายหน้า เพราะการซี้ซั้วแนะนำให้คนอื่นซื้อหุ้นโดยที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์อะไรนั้น ถือเป็นเรื่องต้องห้าม ถ้าแนะนำไปแล้วเขาได้กำไร เราก็เสมอตัว ไม่ได้ส่วนแบ่งอะไร อย่างมากเขาก็อาจจะหิ้วขนมครกมาฝากสักถุงหนึ่งเป็นการแสดงความขอบคุณ แต่ถ้าแนะนำไปแล้ว เขาเกิดขาดทุน ก็จะโดนเขาด่า บ้างก็เลิกคบ ไอ้ที่ยังทนคบกันต่อ ก็มองหน้าไม่ค่อยติด ที่กล้ายืนยันเพราะโดนมาบ่อย ถึงจะไม่ได้เป็นโบรกเกอร์ก็ตามที

 

พวกนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินหน้าตักเยอะๆ กับพวกที่ชอบลงทุนแบบ value investor จะดูถูกดูแคลนการลงทุนแบบหยุมหยิมประเภทนี้ เพราะมองว่า ไม่ค่อยเป็นสาระ การซื้อขายบ่อยเกินไปทำให้เสียกำไรจำนวนมากไปกับค่าคอมมิชชั่น และหากเจอช่วงที่หุ้นเป็นขาลง ทำให้ขาดทุนกันระนาว แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า การลงทุนแบบมักน้อย โดยหวังกำไรแค่ค่ากับข้าวนี้ จะเป็นไปไม่ได้ แต่มีข้อแม้คือ ผู้ที่เลือกลงทุนแบบนี้ จะต้องมีวินัยในการลงทุนอย่างมาก มีกฏกติกาที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนอย่างชัดเจน และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการตั้งกฏคือการปฏิบัติตามกฏกติกาอย่างเคร่งครัด เมื่อกำไรถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ขาย ไม่โลภมากหวังว่าราคาจะพุ่งขึ้นไปต่อ และในทางกลับกัน เมื่อราคาหุ้นเกิดร่วงลงมาจนเราขาดทุน ก็ต้องคัดลอส หรือขายตัดขาดทุนในจุดที่เราตั้งเกณฑ์ไว้ทันที ไม่มัวแต่หวังน้ำบ่อหน้า หรือมัวแต่ตกใจที่ราคาหุ้นร่วง จนถึงกับมือไม้สั่นเคาะขายไม่ทัน จำใส่ใจเอาไว้ว่า ไม่ควรเล่นหุ้นปั่น หรือหุ้นที่ไม่มีพื้นฐาน หุ้นที่บริษัทเจ๊ง งบเน่า แต่ราคาหุ้นวิ่งเพราะมีการปั่นราคา เพราะหุ้นพวกนี้ ไม่ได้ขึ้นลงตามปัจจัยที่แท้จริงของตลาด แต่ราคาเปลี่ยนแปลงเพราะมีเจ้ามือมาปั่นหุ้นเป็นหลัก แม้บางคนจะเถียงว่า หุ้นบ้านเราตัวไหนๆ มันก็ปั่นทั้งนั้นแหละ แต่เราก็ควรเลือกหุ้นที่ปลอดภัยที่สุด

ณ จุดนี้ นักลงทุนมือใหม่หลายคนคงสงสัยว่า หุ้นปั่นคืออะไร เขาปั่นหุ้นกันอย่างไร หุ้นปั่นนี่อร่อยและเมาเหมือนเหล้าปั่นไหม ผู้เขียนขอคุยถึงประเด็นนี้ในคราวหลัง ตอนนี้เอาแค่เลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีเป็นหลักชัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงขั้นต้น

สิ่งที่ต้องพึงสังวรณ์เสมอคือ การเล่นหุ้นได้กำไรมาเป็นค่ากับข้าวรายวัน ไม่ได้อาศัยคามเก่งอะไรมากมายในตัวนักลงทุน แต่เหตุผลที่เราทำกำไรได้ง่าย เพราะตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น เวลาที่ตลาดเป็นขาลง ไม่แนะนำให้เล่นหุ้นในลักษณะนี้ เพราะโอกาสขาดทุนสูงมาก

เมื่อศึกษาทิศทางและแนวโน้มของตลาด หรือ่านจากบทวิเคราะห์ต่างๆ จนเข้าใจได้ว่า ช่วงใดที่ตลาดเป็นขาขึ้น เมื่อนั้นก็จงเลือกหุ้นที่น่าสนใจ บางคนอาจเลือกตามนักวิเคราะห์ แต่ผู้เขียนแนะนำให้เลือกจากการวิเคราะห์เอง บวกกับการสอดส่ายสายตามองหาหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่ม most active value และ กลุ่ม most active volume การเลือกเล่นหุ้นกลุ่มนี้ก็เพื่อให้รับประกันความเสี่ยงว่า มีผู้สนใจที่จะซื้อขายหุ้นตัวเดียวกับเราในจำนวนมาก ถ้าเราอยากซื้อก็น่าจะมีคนขาย และถ้าเราอยากขาย ก็น่าจะมีคนซื้อ ไม่มีทางถูกทอดทิ้งกักขังให้อยู่คนเดียวเปลี่ยวใจอยู่บนดอย หรืออยู่ในหุบเหวที่ลึกจนร้องไห้ดังแค่ไหน ก็ไม่มีคนได้ยิน

การเก็งกำไรระยะสั้น ในวงเงินไม่สูงมาก หวังกำไรไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้หมายถึงการเล่นเดย์เทรด (ซื้อมาขายไปในวันเดียวกัน) อาจจะมีการถือหุ้นไว้ในพอร์ตเป็นระยะสั้นๆ แต่โดยมากอาจทนถือไว้ไม่ได้นานเกิน 1 สัปดาห์…หากอยากขายเพราะมีกำไรแล้ว หรือขี้เกียจถือต่อ ก็ไม่ว่ากัน แต่นั่นหมายถึงเราต้องมีเงินสดไว้จ่ายค่าหุ้นที่เราซื้อใส่ถุงกลับบ้านด้วย ไม่งั้นอาจเสียโอกาสทำกำไร เพราะหุ้นบางตัวก็ไม่ได้ซื้อปุ๊บแล้วขึ้นปั๊บให้เราขายในวันเดียว ประเภทอร่อยจังตังค์อยู่ครบนั้นยากมากต่อให้เก่งแค่ไหน แม้ตลาดเป็นขาขึ้นก็ตาม

กฏกติกาง่ายๆ ที่รวบรวมมาฝากกันสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ทดลองเล่นหุ้นแบบหาค่ากับข้าว และหาความรู้เพื่อรอวันเป็นนักลงทุนมืออาชีพหรือนักลงทุนรายใหญ่ในวันหน้า ก็มีดังนี้

  1. ศึกษาหุ้นแต่ละตัวที่สนใจซื้อโดยละเอียด ดูกราฟเทคนิค อ่านข่าวและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหุ้นให้เข้าใจและสามารถวิเคราะห์ทิศทางความเป็นไปได้ด้วยตัวเอง ควรเป็นบริษัทที่เรารู้ว่าเขาทำธุรกิจอะไร ใครเป็นผู้บริหาร ภาพรวมของธุรกิจเป็นอย่างไร ในอนาคตจะมีโอกาสเติบโตจากปัจจัยใดบ้าง มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ดูงบแล้วบริษัทมีอนาคตหรือไม่ กำลังจะมีข่าวดีจากทิศทางใดได้บ้าง เช่น อยู่ในช่วงใกล้ประกาศงบ อาจมีปันผลสูงมาก หรือมีบริษัทใหญ่ๆ จะมาร่วมทุน ช่วยโอบอุ้มกิจการ เพิ่มสภาพคล่อง เพิ่มศักยภาพในการทำกำไร ฯลฯ
  2. การเก็งกำไรระยะสั้น สำหรับหุ้นตัวเล็ก ให้สังเกตดูหุ้นตัวที่มีการเข้าซื้อสะสมจำนวนมาก พร้อมกับทยอยไล่ราคาที่อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นการสะสมของรายใหญ่เพื่อรอขายแพง หุ้นพวกนี้จะมีการซื้อสะสมในปริมาณมากบ้างน้อยบ้างและมีราคาสูงขึ้นทีละนิดทีละหน่อยหลายวันล่วงหน้าก่อนที่จะเปิดเล่นรอบซื้อขายกันในปริมาณมาก ช่วงที่นักลงทุนรายใหญ่ (ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของบริษัทและพวกพ้อง) หรือเรียกกันสนุกๆ ว่า ‘เจ้ามือ’ มาสะสมหุ้นนั้นมักเป็นไปอย่างเงียบเชียบทีละเล็กทีละน้อย โดยดูแลอย่างดีไม่ให้มีข่าวหลุดรอดออกมา ไม่เช่นนั้นรายย่อย หรือรายใหญ่คนอื่นๆอาจจะฉวยโอกาสเข้ามาทำให้เสียจังหวะในการเก็บหุ้น
  3. การเก็งกำไรระยะสั้นแบบหาค่ากับข้าว เป็นการเล่นตามน้ำ ไม่ใช่การเล่นสวนตลาด ต้องเล่นหุ้นเกาะกระแสตลาด โดยเฉพาะตลาดขาขึ้นเป็นหลัก ขาลงไม่แนะนำ หลักการคือต้องซื้อหุ้นดีตอนที่ราคาต่ำและ Volume สูงเท่านั้น เช่นตอนตลาดเปิด ถ้ามีหุ้นตัวไหนที่เราติดตาม มีปริมาณการซื้อมากผิดปกติที่ราคาใดราคาหนึ่ง เป็นไปได้มากว่า หุ้นตัวนั้นกำลังอยู่ในช่วงสะสมหุ้นเพื่อไล่ราคา เราอาจซื้อตามได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ซื้อราคาเดียวกับเจ้ามือ แต่อย่าไล่ตามซื้อหุ้นที่ราคาขึ้นพรวดพราดแต่ไม่มี Volume เด็ดขาด เพราะนั่นคือการไล่ราคา และเราอาจจะกลายเป็นคนที่ซื้อแพงเกินไป
  4. ตั้งเป้ากำไรให้ชัดเจน และตั้งจุดขายเพื่อตัดขาดทุนให้ชัดเจน โดยเป้ากำไรของการเล่นแบบนี้ แนะนำว่า ขึ้นไปสักสี่ช่องก็สามารถทำกำไรได้ อย่าหวังว่าจะไปขายแพงเท่าเจ้ามือ หรือดักกินรายใหญ่ ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับแมงเม่า เพราะคนที่เขามาซื้อขายไล่ราคาหุ้นนั้นไม่ได้มาทำการกุศล เขามาเพื่อหวังทำกำไรด้วยการซื้อหุ้นถูกๆเอาไว้จำนวนมาก จากนั้นก็ทำเป็นซื้อๆขายๆไล่ราคาให้สูงขึ้นเพื่อให้แมงเม่าสนใจไล่ซื้อตาม พอราคาถูกไล่ขึ้นไปสูงแล้ว เขาก็ทยอยขายแพง ออกมาให้แมงเม่ารับเอาไว้ ส่วนเรานั้นเป็นแค่คนที่เกาะกินเศษสตางค์เจ้ามือ ต้องรีบออกก่อนที่เจ้ามือเขาจะทิ้งหุ้น อย่าอาจหาญที่จะบี้เจ้ามือเด็ดขาด ย้ำว่าเมื่อถึงเป้ากำไรก็ควรขายอย่าโลภ ยกเว้นว่ามันขึ้นพรวดพราดเกินเป้าจนขายไม่ทันก็ถือเป็นบุญที่จะได้ขายแพงยิ่งขึ้น และถ้าลงมาแค่สองช่องก็น่าจะคัตลอสไปก่อน เพราะเราถ้าไม่ได้หวังกำไรมากมาย ก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงมากจนยอมลงเหวร่วมเป็นร่วมตายไปกับหุ้นตัวนั้นๆ
  5. การเก็งกำไรระยะสั้นหรือเดย์เทรด ถ้าเกิดมีทีท่าว่าจะขาดทุน แนะนำให้คัตลอส ไม่ควรซื้อเพิ่มเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนโดยเด็ดขาด
  6. เหตุผลที่คนมักสูญเสียกำไรที่ได้มาไปอย่างน่าเสียดาย และคนที่ขาดทุนแล้วก็มีโอกาสจะขาดทุนต่อไปอีก เกิดจากการที่มีความรู้สึกผูกพันยึดติดกับหุ้น คล้ายกับว่าเป็นสิ่งที่เราต้องพยายามเอาชนะมันให้ได้ เมื่อชนะครั้งหนึ่งแล้วก็อยากชนะอีกเพราะโลภไม่รู้จักพอ หรือเมื่อแพ้ไปแล้วก็อยากแก้แค้นหุ้นตัวที่ทำให้เราเสียเงิน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ความรู้สึกแบบนี้เป็นเพราะมนุษย์เราทุกคนมีสัญชาตญาณการแข่งขันอยู่ในตัวเองบวกกับความโลภ ซึ่งสัญชาตญาณการแข่งขันนั้นก็ไม่ใช่ความผิดอะไร แต่สำหรับการเล่นหุ้น ควรระมัดระวังความเสียหายจากสัญชาตญาณนี้ จึงขอแนะนำว่า ถ้ามีการขายหุ้นออกไปแล้ว ไม่ว่ากำไรหรือขาดทุน อย่าซื้อหุ้นตัวเดิมอีกในวันเดียวกัน ติดตามดูต่อได้ แต่ถ้าจะซื้อจะขายอีกที ขอให้เป็นวันต่อไป เพราะเราเล่นแค่หาค่ากับข้าว ถ้าได้แล้วก็ควรหยุดก่อนเพื่อรักษาวินัยในการลงทุน
  7. ย้ำอีกทีว่า ถ้าไม่ได้ต้องการลงทุนแบบระยะยาว นักเก็งกำไรระยะสั้นหรือเดย์เทรดหาค่ากับข้าว ควรเล่นเกาะกระแสตลาดขาขึ้นเท่านั้น อย่าซื้อในวันที่ทุกคนพากันขายหรือมีข่าวร้ายจนตลาดแดงเถือกเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นคุณจะนอนไม่หลับกินข้าวไม่ลง เสียสุขภาพ กำไรที่ได้อาจไม่คุ้มค่ายาแก้ปวดหัว
  8. ท่องเอาไว้ว่า กำไรน้อย ดีกว่าขาดทุน ยอมขายหมูได้กำไรนิดหน่อย ดีกว่าเป็นแมงเม่าบินเข้าไปตายในกองไฟ

 

กฎกติกาง่ายๆ เพียงแปดข้อนี้ หากปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดก็จะทำหน้าที่เป็นยันต์กันขาดทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่ได้เป็นอย่างดี ส่วนโอกาสในการทำกำไรนั้นอยู่ที่การเลือกหุ้นและทิศทางของตลาด อย่างที่บรรดาเซียนหุ้นเขาว่ากันนั่นแหละว่า ถ้าตลาดดี ต่อให้ปิดตาจิ้มหุ้นตัวไหนก็ยังมีโอกาสทำกำไร แต่ถ้าตลาดเป็นขาลง แม้แต่หุ้นเทวดาก็ยังทำให้ขาดทุนได้…ขอให้ทุกท่านโชคดี ลงทุนอย่างมีสติ และตัดสินใจอย่างรอบคอบบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องเสมอ

หมายเหตุ

เราสามารถดูข้อมูลปริมาณและราคาการซื้อขายหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ทุกวัน โดยดูไล่ย้อนหลังไปเป็นปี ในเว็บของโบรกเกอร์ ก็คีย์เข้าไปดูข้อมูลราคาหุ้นตัวนั้น (แต่ละโบรกคงมีหน้าตาของเว็บต่างๆกันไป ลองหาดู)
เมื่อเราเห็นตารางหรือบางโบรกเขาจะให้เรากดปุ่มแปลงตารางเป็นกราฟได้ เราก็จะเห็นความเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขายในแต่ละช่วงเพื่อประกอบการตัดสินใจได้
เช่น หุ้นบางตัว มีคนซื้อวันละ 4-5 ล้านบาททุกวัน เพิ่มราคานิดๆหน่อยๆ ขึ้นมาเรื่อย พอมาช่วงนึง มีซื้อ 10 ล้าน 20 ล้าน 30 ล้าน และราคาเริ่มเดินชัดเจน (และดูพฤติกรรมในอดีตเปรียบเทียบด้วย) ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด และเป็นบริษัทที่งบโอเค ก็น่าจะเกาะตามน้ำไปได้

——————–

อัพเดตข่าวโดย : หนูกระทิง
20130423

 

You may also like...