Investment Diary

12644927_10208706632206057_6376635725609834052_n

ดิฉันเกิดมาในครอบครัวคนชั้นกลางที่ต่างจังหวัด พ่อแม่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีเงินเดือนไม่มากมาย และต้องส่งเสียลูกสองคนจนเรียนจบมหาวิทยาลัย แม้ว่าพ่อจะมีรายได้จากงานที่ทำอยู่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับการทำอาชีพอื่นๆ หรือคนทำธุรกิจ แต่ดิฉันก็เติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกสมบูรณ์พูนสุข และมีเกียรติยศศักดิ์ศรี เพราะพ่อนั้นได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการที่มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดออม และใช้ชีวิตอยู่ในครรลองอันดีเป็นแบบอย่างให้ลูกมาเสมอ

ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนยากจน ทั้งที่สมัยเด็กๆนั้น บ้านดิฉันไม่มีรถยนต์ใช้ด้วยซ้ำ เนื่องจากบ้านของเราเป็นตึกอยู่ในตลาดกลางใจเมือง จะไปไหนมาไหนก็สะดวกเพราะทุกอย่างอยู่ในละแวกบ้าน หากไปไกลหน่อยก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์พ่อ หรือถ้าจะไปไกลมากก็ไปรถประจำทาง

พ่อเป็นบุคคลต้นแบบที่ทำให้เราคุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่อย่างเป็นเหตุเป็นผล พอเพียง อยู่กับความเป็นจริงในชีวิต เราไม่เคยมีความรู้สึกเป็นปมด้อย หรือเสียฟอร์มที่ไม่มีข้าวของหรูหราเหมือนคนอื่น เพราะพ่อแม่สอนให้ทำตัวให้มีคุณค่า เป็นที่ภาคภูมิใจ ด้วยการสร้างความสำเร็จ สร้างชื่อเสียง การศึกษาหาความรู้ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นเสมือนทรัพย์สินมีค่าที่ติดตัวเรา ทำให้เรามีเกียรติยศศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง

การปลูกฝังของพ่อทำให้ดิฉันได้มีโอกาสเดินอยู่ในตำแหน่งนักเรียนแถวหน้าของโรงเรียนมาตั้งแต่เด็กจนโต ที่นอกจากจะผลการเรียนดีแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษที่โรงเรียนพาไปแข่งโน่นแข่งนี่ สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและครอบครัว เพราะพ่อแม่มองว่า การลงทุนเพื่อการศึกษาหาความรู้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

พ่อแม่เป็นบุคคลตัวอย่างคนแรกๆ ในการลงทุนและการจัดการการเงินที่ดีเยี่ยม สิ่งที่ได้รับการปลูกฝังมาโดยไม่เคยมีการสอนเป็นคำพูดคือ

1.1         มีเงินเหลือใช้ มีการออมสม่ำเสมอ – แม้จะมีเงินเดือนไม่มาก เพราะเป็นข้าราชการ แต่พ่อกับแม่จะมีการกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออมเสมอ บางเดือนที่โดนภาษีสังคมหนักๆจนเงินเกือบขาดมือ พ่อกับแม่ก็จะพยายามไปหาเงินมาโปะไม่ให้ตารางการออมขาดตอน

1.2         ไม่เสียเวลากับการทำตัวให้ดูรวย – พ่อแม่ไม่ใส่ใจกับการทำตัวให้ดูรวย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายตามความจำเป็น แต่ไม่ขี้เหนียว เราไม่เคยรู้สึกว่าขาดแคลนอะไรเลย รู้สึกแต่ว่าตัวเองเป็นคนเก่ง เป็นบุคคลสำคัญที่มีความสามารถของสังคมเล็กๆที่เราอาศัยอยู่ จึงไม่รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งของเครื่องใช้ใดๆมาเสริมราศี

1.3         รู้จักการลงทุน ทำเงินออมให้เพิ่มค่าเสมอ – พ่อกับแม่รู้จักทำเงินออมให้เพิ่มค่าเสมอ แม้ในยุคนั้น จะไม่มีใครรู้จักกับคำว่าเงินเฟ้อ แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยปล่อยให้เงินเก็บนอนนิ่งอยู่เฉยๆ แม่กันเงินส่วนหนึ่งปล่อยกู้ ส่วนพ่อก็เริ่มซื้อที่ดิน ที่นา เก็บเป็นทรัพย์สิน

1.4         ไม่สร้างหนี้ – พ่อกับแม่ไม่มีหนี้สินเลย ใช้ชีวิตแบบมีอิสระมาก พ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยขี่มอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ แต่คนขับรถเก๋งคันโตๆมาขอยืมเงินพ่ออยู่เรื่อย เพราะพ่อมีเงินออมอยู่ตลอด

1.5         เปิดใจกว้าง คบคนหลากหลาย ศึกษาหาความรู้ พัฒนาตัวเองตลอดเวลา – พ่อกับแม่เป็นคนกว้างขวาง รู้จักคนมาก พ่อเป็นคนมีน้ำใจกับเพื่อนฝูงและมิตรสหาย ครอบครัวเรามีกิจกรรมสังสรรค์บ่อยๆ การเข้าสังคมทำให้เราหูตากว้างขวาง เห็นโอกาสได้หลากหลาย มีทักษะทางสังคมที่ดี ประกอบกับการเป็นคนรักการอ่าน ชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรามีความพร้อมที่จะไขว่คว้าเมื่อโอกาสและจังหวะดีๆมาถึง บ่อยครั้งที่มีคนเอาทรัพย์สินแปลกๆ มาให้เราเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ หรือเอามาให้ด้วยมิตรไมตรี ทำให้เรามีตัวเลือกที่หลากหลาย

1.6         มีเป้าหมายชัดเจน รู้จักพอ เลือกที่จะมีความสุข - ใช้เงินและทรัพย์สินมาซื้อความสุขให้ชีวิต ไม่ใช้ให้เงินมาใช้เรา ทำในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ความจำเป็นบังคับ หรือโดนทรัพย์สินมาบังคับ เช่น มีเงินทองพอใช้สบายดีอยู่แล้ว ได้มีเวลากินเวลาเที่ยว สบายใจ แต่ดันโลภอยากรวยขึ้นไปอีก ก็ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่ เพราะไม่อยากทิ้งทรัพย์สมบัติไว้เฉยๆ ทำไปทำมากลายเป็นภาระ จนไม่มีเวลาหาความสุข

จากการหล่อหลอมของครอบครัวก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้ดิฉันมีนิสัยในการประหยัด รู้จักออมเงินมาตั้งแต่เด็ก จนเป็นมาตรฐานชีวิตว่า เราจะต้องมีเงินพอสำหรับสิ่งที่เราต้องการเสมอ อยากได้อะไรก็ต้องซื้อได้ อยากกินอะไรก็กินได้ อยากทำอะไรก็ทำได้ อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้ทันที ซึ่งจุดที่เรียกว่าพอ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนชอบของราคาแพงก็ต้องหาเผื่อไว้มาก บางคนชอบของราคาไม่แพงก็ไม่ต้องหาเผื่อมากนัก ขึ้นอยู่กับมาตรฐานชีวิตของแต่ละคน

การที่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่เห็นความสำคัญของการบริหารการเงิน ทำให้ดิฉันมีความตระหนักถึงความจำเป็นที่เราจะต้องดูแลเงินในกระเป๋าของเราให้พอใช้ และพอสำหรับการลงทุนเมื่อมีโอกาส เมื่อเจอกับช่องทางลงทุนที่มีผลตอบแทนสูงเราก็จะมีความพร้อม ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เมื่อใดได้ไปเจอของดีราคาถูก อย่างที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆในทำเลที่น่าสนใจ ก็สามารถซื้อได้ทันที

Isuzu MU-X เอกสิทธิ์แห่งความสุข

ด้วยสาขาวิชาที่ดิฉันเรียนเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวกับศิลปะ สาขาวิชานี้ แม้จะทำเงินได้ไม่เลว แต่ร้อยทั้งร้อยเป็นงานที่ต้องลงแรงทำเอง ต้องใช้ฝีมือตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายถึงว่า ต่อให้มีงานเข้ามามากแค่ไหน ก็ไม่สามารถรับงานได้มากไปกว่ากำลังของตัวเอง ไม่เหมือนการทำธุรกิจค้าขาย สินค้าใดขายดีก็สั่งทำหรือสั่งซื้อมาขายเพิ่มทำกำไรได้มากๆ คนทำงานสายวิชาชีพประเภทที่ต้องใช้ฝีมือหรือทักษะส่วนบุคคลนั้น หากินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองเป็นหลัก เมื่อไหร่ทำงานไม่ไหว ก็ไม่ได้เงิน หาคนมาทำแทนก็ไม่ค่อยจะได้ ช่วงสมัยสาวๆ มีรายได้เข้ามามาก เพราะทำงานหนัก และจังหวะชีวิตค่อนข้างดี ก็ทำให้มีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ มีสังคมกว้างขวาง รู้จักคนมาก ได้ติดต่อธุรกิจกับคนหลากหลาย

ดิฉันเป็นคนโชคดีที่คิดได้เร็วว่า เงินทองที่หาได้นั้น มีแต่จะค่าลดลง และเราเองก็คงจะไม่อยากทำงานหนักอย่างนี้ไปตลอดชีวิต จึงเริ่มศึกษาช่องทางการลงทุน นอกเหนือจากการออม และโชคดีที่ครอบครัวพอจะมีพื้นฐานด้านการซื้อขายที่ดินและทำอสังหามาบ้าง ก็ค่อยๆเริ่มนำเงินออมไปลงทุนซื้อที่ดินร่วมกับครอบครัว เริ่มต้นทีละเล็กละน้อยตามกำลัง

แม้ว่าตอนซื้อที่ดินนั้นจะเป็นการซื้อเพราะอยากซื้อ อยากมีสมบัติ ไม่ได้อยากซื้อเพื่อขายเก็งกำไร แต่ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วทำให้ดิฉันได้คิดว่า น่าจะยังมีช่องทางทำเงินอีกมากมายที่เราให้เงินทำงานแทนได้สบายๆ นอกเหนือจากการทำงานเก็บเงินไปวันๆ ซึ่งก็เป็นงานที่เราทำเพื่อเลี้ยงชีพตามปกติและเพื่อความสุขในชีวิต  ประกอบกับช่วงหลังๆดิฉันมีความสนใจในงานด้านการเขียนหนังสือ ซึ่งพบว่าเป็นงานที่ชอบ ถึงผลตอบแทนอาจไม่สูงเท่างานประเภทอื่นๆที่เคยทำ ดิฉันจึงเริ่มศึกษาหาช่องทางการลงทุนที่สร้างความมั่นคงอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการคิดคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะต้องใช้ในอนาคตสำหรับตัวเองและครอบครัวว่าน่าจะเป็นประมาณเท่าใดแน่ และเริ่มวางแผนการออมเพิ่มเติม และการลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าให้ตอบโจทย์ตัวเลขที่คิดไว้ในแต่ละช่วงของชีวิต เช่น ค่าใช้จ่ายของลูก ค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณ ค่าเดินทางท่องเที่ยว ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ โดยเริ่มศึกษารายละเอียดผลตอบแทนจากผลิตภัณฑ์การเงินแบบต่างๆ ศึกษาการลงทุนในตลาดหุ้น ทองคำ อสังหา ฯลฯ รวมถึงวางแผนป้องกันความเสี่ยงหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ด้วยการทำประกันรูปแบบต่างๆให้ตัวเอง และคนในครอบครัว ในช่วงแรกก็มีการลองผิดลองถูกบ้าง แต่เมื่อศึกษาทุกอย่างจริงจัง ก็มีความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นที่น่าพอใจ ถึงจะไม่ได้รวยพรวดพราด แต่ก็ทำให้สามารถเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้

10174818_10203874088795492_3286575809442188029_n

เส้นทางการลงทุนของดิฉันในช่วงแรกเป็นไปอย่างเรียบง่าย เสี่ยงน้อย ผลตอบแทนไม่หวือหวา แต่มั่นคง แต่แล้วก็มาสู่จุดที่เริ่มมีสีสันมากขึ้น เมื่อโชคชะตานำดิฉันมารู้จักกับนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้น ผลตอบแทนมูลค่าสูงและรวดเร็วช่วงแรกของการกระโดดเข้าสู่ตลาดทุนผ่านประตูเล็กๆ ของหุ้นเก็งกำไรหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า หุ้นปั่น ไม่ได้เป็นโชคดี แต่ทำให้เราเกิดความโลภและจนเผลอไผลทำตัวเป็นแมงเม่ากระโจนเข้ากองไฟ

เดชะบุญที่เราไม่ได้หน้ามืดตามัวจนขาดทุนย่อยยับ แต่บทเรียนเจ็บๆที่ได้มาก็เป็นช่องทางเรียนลัดสู่โลกของตลาดทุนจากอนุบาลสู่มหาวิทยาลัยในเวลาไม่นานนั้นก็คุ้มค่า เพราะทำให้เราเข้าใจถึงกระบวนการและวิธีทำงาน รวมถึงวิธีคิดของเหล่านักปั่นหุ้น ซึ่งใครจะเรียกเขาว่า พ่อมดการเงิน หรือโจรเสื้อสูท ก็ตามแต่ สำหรับดิฉันเมื่อผ่านเหตุการณ์หวาดเสียวเหล่านั้นมายืนในจุดที่ปลอดภัยแล้ว หันมองกลับไปสู่ทุกเรื่องราวทั้งดีและร้าย ก็เห็นว่าเป็นประสบการณ์อันมีค่าทั้งสิ้น

คนแต่ละคนมีแรงบันดาลใจในการลงทุนไม่เหมือนกัน หลังจากที่ดิฉันจ่ายค่าวิชาสำหรับเรียนลัดในตลาดหุ้นไปแล้ว หูตาก็เริ่มสว่าง และมองเห็นว่า การทำกำไรจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อาจทำได้ 2 รูปแบบ แบบแรกคือการลงทุนในธุรกิจจริงๆ เมื่อเห็นว่าบริษัทใดมีผลประกอบการที่ดี มีอนาคตยั่งยืน ก็ฝากเงินไปลงหุ้นกับเขา รอคอยวันเวลาเติบโตไปพร้อมกัน ได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลที่น่าพอใจ แม้จะไม่มากมายหรูหรา แต่ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ควร’ และทำได้ไม่ยากโดยอาศัยสามัญสำนึกธรรมดาๆ เป็นการลงทุนที่แท้จริง ไม่มีอะไรซับซ้อน

วิธีคิดสำหรับการลงทุนในหุ้นของดิฉันเปลี่ยนไปตามวัย สมัยสาวๆดิฉันสนุกกับการหาเงินและการเก็งกำไรบ้าง แต่เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน เริ่มรู้สึกว่า เวลาของเราเหลือน้อยลง หากมัวแต่หาเงินคงอดสนุกกับอะไรอีกหลายอย่างที่เคยทำ จึงจริงจังกับการลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่มีอัตราน่าสนใจ เลือกบริษัทที่ดูแล้วว่าน่าเชื่อถือ ธุรกิจของเขาน่าจะไปได้ดี มีกำไรต่อเนื่อง อยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นขาขึ้น ที่สำคัญรูปแบบธุรกิจจะต้องตอบโจทย์กับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และมีการปรับตัวรับมือกับความผันผวนของปัจจัยภายนอกได้ดี เมื่อเลือกลงทุนแบบนี้ แม้ตลาดหุ้นจะผันผวนขึ้นลงไปในแต่ละวันเวลา ก็ไม่ต้องคอยนั่งเฝ้าจอ ถึงเวลาก็มีเงินปันผลโอนเข้าบัญชี ช่วงไหนมีข่าวทำให้ราคาหุ้นต่ำลงกว่ามูลค่าจริง ก็ช้อนซื้อเสียทีหนึ่ง ใครจะมาชวนให้กลับไปหวือหวาอย่างแต่ก่อน มีพรายกระซิบมาจากไหน ดิฉันก็ไม่นำพา เพราะชีวิตมีอะไรสนุกกว่าการนั่งเฝ้าหุ้นให้ทำตั้งเยอะแยะ ถ้าไม่ทำตอนนี้ จะทำตอนไหน

ส่วนการลงทุนแบบที่สอง น่าจะเป็นแบบที่เหมาะจะเรียกว่า การเล่นหุ้น เพราะมีนัยยะที่แฝงถึงเกมการแข่งขัน ต้องชิงไหวชิงพริบ ไม่ผิดกับวงการพนัน  เป็นการลงทุนความเสี่ยงสูง สิ่งที่ดิฉันเรียนรู้จากวงปั่นหุ้นก็คือ คนมักเสียเงินเพราะความโลภ ใจร้อนขาดสติ และไม่ยอมเปิดใจศึกษาข้อมูลเพื่อหาความจริงเกี่ยวกับธุรกิจ หากเราศึกษาจนเข้าใจ ระมัดระวังตนเองไม่ให้โลภ มีสติ มีวินัยในการลงทุน และที่สำคัญต้องมีเวลาในการดูหุ้นด้วย ถ้าไม่มีเวลาเกาะติดกระดานไม่ควรเล่นเด็ดขาด  เนื่องจากหุ้นประเภทนี้ผันผวนสูงในระยะเวลาสั้นๆ อาจขึ้นแรงหรือลงแรงมาก หากสามารถทำได้ครบถ้วนทุกรายการ ก็อาจหากำไรสนุกๆ ได้เป็นค่าขนม หรือบางคนก็เรียกว่าค่ากับข้าว ช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นนั้น ไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรมาก ไม่ว่าใครที่เกาะกระแสได้ก็สามารถทำให้ตัวเองมีกำไรได้ไม่ลำบาก แต่สำหรับขาลงนั้น ถือว่าไม่ใช่จังหวะหากินของการเก็งกำไรแบบนี้ เพราะความเสี่ยงสูงเกินไป และไม่มีคนใจกล้าหน้าไหนกระโดดมาเป็นเจ้ามือ เพราะตลาดไม่ดี

สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกในการลงทุนแทบทุกชนิดรวมทั้งการลงทุนในหุ้น และพบว่าไม่ต่างกันคือ ‘จังหวะ’ เพราะการลงทุนหรือเล่นหุ้นก็เหมือนการเพาะปลูกที่ต้องดูจังหวะหรือฤดูกาล ต้องใจเย็น รู้จักรอคอย รู้จักสังเกตและไม่หวั่นไหว ราคาสินทรัพย์หรือหุ้นบางตัวอาจแน่นิ่งหรือดูน่าหวั่นเกรงในช่วงที่ใครๆ พากันทิ้งหุ้นหรือสินทรัพย์บางตัวที่ความจริงยังมีอนาคต จนราคาต่ำเตี้ยติดพื้น ถ้าเราวิเคราะห์ได้ถูกต้อง ก้าวฝ่าความกลัวของคนอื่นไปได้ เราก็สามารถซื้อของได้ในราคาถูก

อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นมากในแวดวงนักลงทุนสไตล์หวือหวาก็คือ หลายคนที่ได้เงินร้อนเงินเร็วจากการลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น มักมีความตื่นเต้นและไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับเงินที่ได้มาง่ายๆ และมักนำไปใช้จ่ายอย่างสนุกมือ ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่า เมื่อไรจะหาได้อีก สิ่งที่เห็นจากนักลงทุนตัวจริงคือ เขาลงทุนด้วยกำไร ถ้าพลาดก็แค่ขาดทุนกำไร ส่วนเงินทุนดั้งเดิมนั้นปลอดภัยเพราะเก็บไว้มิดชิด สำหรับคนที่ลงทุนเพื่อความมั่นคงในชีวิต เขาจะรู้จักการโยกเงินไปไว้ในที่ปลอดภัยเสมอ เช่น เขาอาจจะไปซื้อที่ดิน หรือนำไปซื้อหุ้นพื้นฐานดีไว้กินปันผล แล้วใช้เงินส่วนที่เป็นกำไรมาลงทุนต่อ ไม่มัวแต่ดีใจที่รวยจากการเก็งกำไรแล้วนำเงินที่ได้มาฟุ่มเฟือยจนหมด ก็ต้องนำทุนเก่ามาเสี่ยงต่อไป ทำอย่างนั้นก็ไม่ผิดกับแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ที่วันไหนไม่ได้ซื้อไม่ได้ขายต้องกินทุน พลาดพลั้งวันดีคืนดีทุนหมดก็จะพาลไม่มีกิน

อย่างไรก็ตาม เมื่อคลุกคลีอยู่ในแวดวงคนชอบลงทุนไปสักพัก ก็มีสิ่งใหม่กว่าที่ดิฉันได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีก นั่นคือ สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความมั่นคงของชีวิตไม่ใช่การหาเงินได้มากที่สุด แต่เป็นการหาให้อุ่นใจว่าพอใช้  และการรู้จักพอก็สำคัญมาก คนบางคนหาเงินได้เท่าไหร่ก็ยังใช้ไม่พอ เพราะใช้มากกว่าหรือเท่ากับที่หาได้อยู่เสมอ วินัยในการจัดการเงินอย่างเคร่งครัด มีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้การลงทุนเป็นความสุข ไม่ใช่ความเครียดมาคอยกัดกินชีวิตจิตใจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสุขในชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด และความสุขบางอย่างในชีวิตนั้น เมื่อเสียไปแล้ว จะมีเงินทองเท่าใด ก็เรียกร้องให้เวลาหวนคืนกลับคืนมาไม่ได้ การรู้จักพอกับการหาเงิน และการหาจุดสมดุลให้ชีวิตมีความสุขได้ จึงน่าจะเป็นเป้าหมายปลายทางที่ดีของชีวิต

สำหรับดิฉันเอง แม้จะไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็รู้สึกพอใจ และไม่ต้องเครียดกับการหาเงินแล้ว สามารถเลือกทำในสิ่งที่ชอบ ที่อยากทำได้โดยไม่ต้องแคร์ว่า จะได้ค่าตอบแทนมากหรือน้อย เพราะมีหลายอย่างในชีวิตที่เราอาจจะเคยฝันอยากทำในสมัยอายุยังน้อย แต่ไม่กล้าเสี่ยงทำ เพราะยังไม่มั่นใจในรายได้ ไม่มั่นใจว่าทำแล้วจะสำเร็จกว่าอย่างอื่นที่ร่ำเรียนมา ตอนนี้ก็ทยอยทำตามฝันไปเรื่อยๆ ทีละอย่างสองอย่าง แทนที่ชีวิตวัยกลางคนจะเรื่อยเฉื่อยน่าเบื่อ กลับกลายเป็นว่ามีอะไรตื่นเต้นสนุกๆให้ทำไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะทำสวน ทำขนม ออกแบบเสื้อผ้า วาดรูป แต่งเพลง ร้องเพลง และยิ่งไปกว่านั้น…ใครจะไปคิดว่า วันดีคืนดี ผู้หญิงวัยกลางคนวัยใกล้เกษียณจะกลายเป็นนักแสดง ไปเล่นละครซีรีย์ และใครจะไปคาดคิดว่า จะได้มาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณารถยนต์ คู่กับคุณก้องนูโว ศิลปินที่เราชื่นชมมาตลอด

Club Friday The Series

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ถือเป็นความสำเร็จเล็กๆที่ทำให้ดิฉันมีความสุขกับชีวิตได้ทุกวัน ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทุกแรงบันดาลใจ ทุกความรู้ ทุกบาดแผล และทุกบทเรียน ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ที่หล่อหลอมให้ชีวิตเดินทางมาสู่จุดที่เรารู้สึกพอใจในตอนนี้ และหวังว่า ท่านผู้อ่านคงไม่ถือเป็นการอวดอ้างที่น่าเกลียดนัก หากดิฉันจะแบ่งปันเรื่องราว บทเรียน และทัศนะ ออกมาให้กับผู้ที่กำลังมองหาเส้นทางการลงทุนเพื่อความสุขของตัวเองในทิศทางเดียวกัน

You may also like...