สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 3

สัปดาห์นี้กระเรียนอยากเล่าเรื่องแม่ทัพของฝ่ายจ๊กก๊กคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ยอมรับถึงความสัตย์ซื่อจงรักภักดี แต่ก็มีความหยิ่งยโสดื้อรั้นดันทุรังจนทำให้ต้องเสียเมืองและเสียหัวให้แก่ข้าศึก ถูกแล้วครับ!! นั่นก็คือ กวนอู หยุนฉางเทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่อ เวลาผ่านมาเกือบ 2,000 ปี แต่ชื่อเสียงและความนับถือของคนในยุคสมัยนี้ที่มีต่อกวนอูก็ยังคงมีอยู่มากมายอย่างไม่เสื่อมคลาย

เรามาดูวาระสุดท้ายของแม่ทัพท่านนี้กันครับ กวนอูมีฉายาว่าหยุนฉาง แปลว่าผู้อยู่เหนือเมฆ โดยอุปนิสัยมีความกตัญญูรู้คุณคน มีความยุติธรรม ไม่ชอบรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า มีฝีมือในการรบแบบประชิดตัวสูง มีพละกำลังและรูปร่างที่สูงใหญ่ นั่นเป็นจุดเด่นของกวนอูจนทำให้เขาได้กลายเป็นหัวหน้า 5 ขุนพลพยัคฆ์ ของฮั่นต๋งอ๋องหรือพระเจ้าเล่าปี่ แต่ข้อเสียของเขาคือความทะนงตัวเกินไป ชอบดูถูกดูแคลนฝีมือของคนอื่น จนทำให้ท้ายที่สุดต้องสูญเสียเกงจิ๋วทั้ง 9 แคว้น และศีรษะของตนเองไป ทำให้ส่วนรวมคือกองทัพจ๊กทั้งหมดเสียขบวนในการรุกต่อ

เราสามารถศึกษาวิถีชีวิตของขุนพลผู้นี้เพื่อประยุกต์ให้เข้ากับธุรกิจการค้า การลงทุน ของทุกท่านได้เป็นอย่างดี ตามผมมาเลยครับ มนุษย์ทุกคนย่อมมีข้อเด่น ข้อด้อย กันทุกคน ซึ่งก็จะเลือกแสดงออกมาเมื่อถึงเวลาวิกฤติของชีวิต ในชีวิตของกวนอูผู้เหยียบเมฆก็เช่นกัน หลังจากเป็นขุนพลคู่บัลลังก์ของพระเจ้าเล่าปี่มานาน สร้างวีรกรรมห้าวหาญตัดหัวขุนพลฝ่ายศัตรูจนกระเดื่องเรืองนาม เป็นที่ครั่นคร้ามของทุกคนที่ได้ยินชื่อ หลังจากที่ฝ่ายเล่าปี่ยึดเกงจิ๋วไว้และมุ่งหน้าบุกเสฉวนอยู่นั้น ก็ต้องสูญเสียที่ปรึกษาอย่างบังทองไปในระหว่างที่การศึกติดพันกัน เล่าปี่จำต้องเรียกให้ขงเบ้งที่ปกครองเกงจิ๋วอยู่ขึ้นมาช่วยอย่างเร่งด่วน ขงเบ้งจึงให้กวนอูรับเป็นผู้ปกครองเกงจิ๋วแทนตน พร้อมทั้งกำชับคำพูดที่ว่า “เป็นมิตรซุนกวน ต่อต้านโจโฉ” เอาไว้หลายครั้ง แต่กวนอูก็ดูเหมือนจะไม่ให้ความใส่ใจกับคำเตือนนี้สักเท่าไหร่

ในช่วงปี ค.ศ. 215 ซุนกวนส่งจูกัดกิ๋นพี่ชายคนโตของขงเบ้งไปเจรจาขอคืนเมืองเกงจิ๋วที่เล่าปี่ยืมไป แต่ขงเบ้งวางอุบายให้เล่าปี่เขียนจดหมายให้คืนเกงจิ๋วไปถึงกวนอูแล้วให้จูกัดกิ๋นถือไปส่ง พอไปถึงกวนอูปฏิเสธที่จะคืนเมืองให้ซุนกวน นั่นทำให้ซุนกวนโกรธมากเขาได้ส่งขุนนางของง่อก๊กไปปกครอง 3 เมือง คือ เตียงสา ฮุยเอี๋ยง เลงเหลง แต่กวนอูก็ไล่ขุนนางง่อกลับทั้งหมด ต่อมาซุนกวนก็ส่งโลซกมาเจรจาอีกครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ซุนกวนยังไม่ละความพยายามที่จะเจรจากับกวนอู โดยส่งจูกัดกิ๋นไปอีกครั้งพร้อมข้อเสนอให้ลูกสาวกวนอูแต่งงานกับลูกชายของซุนกวนลอร์ดแห่งง่อ แต่กวนอูกลับไล่ตะเพิดจูกัดกิ๋นแถมฝากให้ไปบอกซุนกวนว่า “ลูกพยัคฆ์จะไม่มีทางแต่งงานกับลูกสุนัขเด็ดขาด” เอาหล่ะสิครับ! ทีนี้พอซุนกวนรู้เรื่องเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จึงปรึกษากับเหล่าขุนนางว่าจะทำยังไงต่อไปดี ก็พอดีทางกวนอูยกไปตีเมืองอ้วนเซีย ก่อนไปก็ให้ทหารสร้างป้อมสัญญาณไว้หลายป้อมเพื่อป้องกันข้าศึกโจมตี การไปตีอ้วนเซียในครั้งนั้นกวนอูจับอิกิ๋มแม่ทัพของฝ่ายโจโฉรวมทั้งประหารบังเต็กได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บจากลูกศรที่แขน ในตอนนี้เองที่กวนอูได้รับการรักษาจากหมอฮัวโต๋โดยการผ่าเนื้อขูดกระดูกโดยกวนอูนั่งเล่นหมากรุกอย่างไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆให้เห็น ทหารทั้งหลายจึงเกิดความมั่นใจ รวมถึงตัวกวนอูก็ลำพองใจมากยิ่งขึ้น

แต่ทางฝ่ายโจโฉโดยมีสุมาอี้เป็นที่ปรึกษาในขณะนั้นได้แนะนำว่า “กวนอูนั้นมีฝีมือเก่งกาจแต่เย่อหยิ่งเกินไป ถ้าฝ่ายเรายุให้ซุนกวนไปตีเอาเกงจิ๋วได้ กวนอูก็จะขาดที่มั่นและต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน” ฝ่ายซุนกวนเห็นด้วยทันทีและส่งลกซุนไปเป็นแม่ทัพแทนลิบอง ลกซุนเป็นบัณฑิตอายุยังน้อย พอไปถึงก็เขียนหนังสือยกย่องกวนอูเลิศเลอ ทำให้กวนอูเกิดดูแคลนฝีมือของลกซุน กวนอูจึงยกไปตีอ้วนเซียทางเหนืออย่างไม่เฉลียวใจ คราวนี้เขาต้องเจอกับกลศึกของซิหลงแม่ทัพแห่งวุยก๊กจนพ่ายแพ้ และเริ่มขาดเสบียงอาหาร ในระหว่างที่กวนอูรบกับซิหลงอยู่นั้น ทางเกงจิ๋วลกซุนได้ให้ทหารปลอมตัวเป็นพ่อค้าลอบเข้าไปยึดป้อมสัญญาณได้หมดและรุกตีได้เกงจิ๋วทั้ง 9 แคว้น พอข่าวมาถึงกวนอูเขาก็ล้มลงหมดสติ พอฟื้นขึ้นมาก็จะไปยึดเกงจิ๋วคืน แต่ลกซุนกับลิบองก็ประกาศชักชวนให้ญาติพี่น้องของทหารเกงจิ๋วไม่ให้รบกันเอง ซึ่งก็ได้ผล ทหารเกงจิ๋วของกวนอูไม่อยากรบและลอบหนีจากกองทัพไปเข้ากับฝ่ายลกซุนมากขึ้นทุกวัน กวนอูจำต้องถอยทัพไปเมืองเป๊กเต้ แต่ก็ถูกล้อมโดยกองทัพของฝ่ายซุนกวนไว้เกือบทุกด้าน นับวันเสบียงอาหารก็เริ่มหมดลงทุกที ขุนศึกที่ฝ่าออกไปขอกำลังสนับสนุนก็ไม่กลับมาเสียที แถมเล่าฮอง เบ้งตัด ก็ไม่ส่งกำลังมาช่วยกวนอูเนื่องจากยังขัดเคืองสมัยที่เล่าปี่รับเล่าฮองเป็นลูกบุญธรรม แต่กวนอูไม่เห็นด้วย นี่จึงสร้างรอยร้าวลึกในใจของเล่าฮองตลอดมา เมื่อกวนอูขอกำลังสนับสนุนมาจึงทำเป็นนิ่งเฉยเสีย กวนอูจึงเหมือนเสือติดหล่มจะหันไปทางไหนก็ไม่ได้ จะไปเสฉวนเพื่อไปหาเล่าปี่ระยะทางเล่าก็ไกลเกินไป แถมยังขาดเสบียงอาหารอีก

กวนอูหมดทางเลือกจึงจำต้องนำทัพฝ่าวงล้อมออกไป ฝ่ายซุนกวนก็แสร้งทำอุบายเปิดทางหนีไว้ทางนึงเพื่อลวงให้กวนอูตีฝ่าออกไปทางนั้น แล้วส่งจูเหียนกับพัวเจี้ยงไล่ตามไป ทั้ง 2 ได้ทำกับดักล่อให้กวนอูควบม้าเข้ามาจนติดกับดักและถูกจับได้พร้อมกวนเป๋งลูกชายที่เขาเจาสัน ซุนกวนพยายามเกลี้ยกล่อมให้สวามิภักดิ์แต่กวนอูไม่ยอม เขาและบุตรชายจึงถูกประหารในเดือน 12 ปีค.ศ. 219 จึงเป็นอันปิดฉากชีวิตของนักรบผู้ซื่อสัตย์ทรนงลงแต่เพียงนี้ จากชีวิตของกวนอูท่านเห็นจุดใหญ่อย่างที่ผมเห็นอย่างหนึ่งไหมครับ? กวนอูมีฝีมือในการรบดีเลิศ มีพละกำลัง ความสูงใหญ่ ความซื่อสัตย์ภักดีอย่างหาใครเหมือนไม่ได้ ที่จริงข้อดีเหล่านี้น่าจะทำให้ชีวิตของเขาก้าวไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้ไม่ยาก แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเขา นั่นคือการเย่อหยิ่งเกินไปและดูถูกฝีมือของศัตรู จึงทำให้เขาก้าวร่วมไปกับเล่าปี่ได้ไม่ตลอดทาง

เมื่อเทียบกับอุปนิสัยในการทำธุรกิจ การค้า การลงทุน ผมขอยกตัวอย่างการลงทุนในหลักทรัพย์ก็แล้วกัน สมมุติว่านักลงทุนคนหนึ่งเล่นหุ้นทีไรได้กำไรตลอดในช่วงเวลาที่หุ้นเป็นขาขึ้น จนเกิดความทะนงตัวคิดว่าเราเก่งที่สุด โดยไม่มีการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเมื่อมั่นใจมากก็จะขาดการระมัดระวัง และประมาท เมื่อหุ้นขึ้นจบรอบก็เริ่มเป็นขาลง ทีนี้นักลงทุนคนนั้นเคยแต่ใช้วิธีการรุกซื้อแล้วได้กำไร เพราะหุ้นยังเป็นขาขึ้นอยู่ แต่พอหุ้นจบรอบและเปลี่ยนเป็นขาลง เขาไม่เคยฝึกวิธีการรับหุ้นแล้วเล่นแค่รีบาวนด์มาก่อน เขาก็ซื้อและถือต่อไปโดยคิดว่าอีกไม่นานก็ต้องได้กำไรอีก แต่เปล่าเลย หุ้นของเขากลับตกลงไปเรื่อยๆ เขาซื้อจนแทบไม่เหลือเงินไว้ซื้ออีกแล้ว แต่หุ้นก็ยังไม่ขึ้นเสียที จนสุดท้ายก็ต้องขายขาดทุนไป ถ้าเทียบกับกวนอูผู้เหยียบเมฆแล้วก็จะคล้ายกัน ตอนสมัยหนุ่มๆกำลังยังมาก รบใครก็ชนะเขาหมด ความมั่นใจก็เพิ่มตามไปด้วย แต่พออายุเริ่มมากขึ้น แต่ก็ยังคิดว่าตนนั้นยังเป็นหนึ่งในปฐพีอยู่ และยังใช้วิธีแบบเดิมๆไม่มีการพัฒนาหรือวิเคราะห์คู่แข่ง สุดท้ายก็ต้องเสียเมืองและเสียชีวิตด้วยเช่นกัน กระเรียนอยากให้ทุกท่านอ่านและทำความเข้าใจกันให้มากๆ เรื่องของประวัติศาสตร์มักแฝงบทเรียนให้กับชนรุ่นหลังเสมอมา ทุกยุคทุกสมัยเรื่องราวของมนุษย์ก็มักย้อนกลับมาที่เดิม เหมือนกงล้อที่หมุนทับแนวเดิมของมันอยู่เสมอ แต่เนื้อหาของมันถ้าเอามาคิดและสามารถประยุกต์ใช้ได้ก็เป็นสิ่งที่มีค่ากับตัวเองได้เสมอเช่นกัน มีคำโบราณคำหนึ่งที่ว่า “คนเขลามักเอาตัวเองเป็นบทเรียนให้คนอื่น ส่วนคนฉลาดมักเอาคนอื่นเป็นบทเรียนให้ตนเอง” ส่วนตัวผมชอบมากเพราะเป็นการเตือนใจของเราไม่ให้ประมาทกับทุกสิ่งที่ทำ ไม่ทะนงตัวและดูถูกคนอื่น แม้มีความรู้ ความสามารถมากแค่ไหนก็ตาม แต่ต้องพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง นั่นแหละครับใครที่ทำได้แบบนี้ ก็จะได้ชื่อว่าเป็น “แชมป์เปี้ยนตลอดกาล”

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...