สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 4

สัปดาห์ที่แล้วกระเรียนได้เล่าเรื่องของกวนอู วีรบุรุษผู้เหยียบเมฆ อัตชีวประวัติของกวนอูหยุนฉางได้สอนอะไรให้แก่คนรุ่นหลังอย่างมากมาย ตั้งแต่จุดสูงสุดจนกระทั่งวันที่เขาได้จากไป แต่การกระทำของกวนอูตั้งแต่ต้นจนจบนั้นก็สามารถประทับตราตรึงต่อผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สามก๊กอย่างมิรู้ลืม…

สำหรับในสัปดาห์นี้กระเรียนก็ยังอยากเล่าเรื่องของจ๊กก๊กต่ออีกสักตอน  นั่งคิดนอนคิดอยู่หลายวันจะเอาเรื่องอะไรดี  เพราะยังมีเรื่องที่สนุก  น่าสนใจอยู่อีกมากเหลือเกิน คิดไปคิดมาก็มาปิ๊งเอาตอนที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้ นั่นก็คือตอน “ประหารม้าเจ๊ก” นี่แหละครับ! ใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อม้าเจ๊กและความสำคัญของม้าเจ๊ก ผมก็ขอบอกเลยว่าม้าเจ๊กน้องชายม้าเลี้ยงคนนี้เป็นกุนซือที่สำคัญคนหนึ่งของขงเบ้ง ม้าเจ๊กคนนี้แหละที่ออกอุบายให้ขงเบ้งยกลงไปตีอาณาจักรของเบ้งเฮ็ก ที่ตามประวัติศาสตร์เขาเชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษของไตก๊ก หรือคนไทยนั่นเอง (แต่ตามความเชื่อส่วนตัวของกระเรียนคิดว่าไม่น่าจะใช่คนไทย อาจเป็นประเทศข้างเคียงมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องศึกษากันต่อไป)

ม้าเจ๊กเป็นผู้ออกอุบาย “จับ 7 ครั้งปล่อย 7 ครั้ง” ไม่ให้ขงเบ้งประหารเบ้งเฮ็ก แต่ให้เอาชนะใจข้าศึกแทน เพราะหากประหารเสีย พวกคนเผ่าหม่านก็จะก่อความไม่สงบต่อไปไม่จบไม่สิ้น และกองทัพจากเมืองหลวงก็คงต้องเสียเหงื่ออีกหลายหยดเพื่อลงมาปราบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายก็เอาชนะใจเบ้งเฮ็กจนได้ เมื่อภาคใต้ของจ๊กสงบดีแล้ว ขงเบ้งก็ดำริคิดว่าจะยกไปตีวุยก๊ก แต่ก็เกรงคนอยู่ผู้หนึ่งนั่นคือ “สุมาอี้”  คิดแล้วก็เครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็พอดีม้าเจ๊กคนนี้นี่แหละเข้ามาคุยด้วยและเสนอให้ใส่ความสุมาอี้ เพื่อให้พระเจ้าโจยอยหลานโจโฉเข้าใจผิดและสั่งประหารสุมาอี้ และก็ได้ผล!!! จากการปล่อยข่าวลือไปทั่วลกเอี๋ยงว่าสุมาอี้ที่ขออนุญาตพระเจ้าโจยอยไปรักษาเมืองเสเหลียงกำลังคิดกบฏ ทำให้โจยอยสั่งปลดสุมาอี้และไล่กลับมาเลี้ยงหลานที่บ้านเกิดทันที หลังจากไม่มีสุมาอี้แล้วทัพของขงเบ้งก็สนุกกับการบดขยี้เมืองต่างๆของวุย จนพระเจ้าโจยอยต้องเรียกสุมาอี้กลับมาบัญชาการรบอีกครั้ง

ฝ่ายขงเบ้งพอรู้ว่าสุมาอี้กลับมาประจำการแล้วก็ตกใจยิ่งนัก  ขณะนั้นขงเบ้งอยู่เขากิสานกำลังจะส่งคนไปยึดเกเต๋ง ซึ่งเป็นจุดคอหอยไม่ให้ทัพวุยรุกเข้ามาปิดต้นทางได้  ขงเบ้งจึงหาผู้อาสาไปรักษาเกเต๋ง  ม้าเจ๊กจึงถือโอกาสเสนอตัวพร้อมทำทัณฑ์บนว่าหากรักษาเกเต๋งไว้ไม่ได้ก็ขอยอมเสียหัวทั้งตัวเองและครอบครัว  ขงเบ้งจึงอนุญาตแต่ก็สั่งกำชับไว้ว่าให้ตั้งค่ายคร่อมทาง และส่งอองเป๋งไปเป็นรองแม่ทัพเพื่อช่วยกันปรึกษาหารือ พอไปถึงเกเต๋งม้าเจ๊กดันไม่เชื่อขงเบ้งที่ให้ตั้งค่ายคร่อมทางแล้วพาพรรคพวกขึ้นไปตั้งค่ายบนเขา พออองเป๋งคัดค้านม้าเจ๊กก็อธิบายว่า อยู่บนเขาเหมือนอยู่ในที่ตายจึงรอด ตอนบุกลงมาก็เหมือนผ่าไม้ไผ่ แต่อองเป๋งก็ยังยืนยันไม่เอาด้วย ม้าเจ๊กจึงให้ทหารไป 5,000 นายแก่อองเป๋งไปแล้วตนเองนำทหารส่วนใหญ่ที่เหลือขึ้นไปบนเขาเพื่อรอทัพของสุมาอี้

พอทัพสุมาอี้มาถึงก็หัวเราะร่าถามนายทัพนายกองของตนว่าขงเบ้งส่งเด็กเมื่อวานซืนที่ไหนมารักษาเกเต๋ง แล้วก็สั่งทหารล้อมเขาเพื่อให้ทัพของม้าเจ๊กอดน้ำ  ล้อมหลายวันเข้ากองทัพฝ่ายจ๊กก็เริ่มกระสับกระส่ายเพราะไม่มีน้ำ  พอลงมาเอาน้ำที่เชิงเขาก็ถูกทหารของสุมาอี้ยิงธนูใส่ ใครหนีไม่ทันก็ตายไป ใครหนีทันก็ขึ้นเขาไปนั่งอดน้ำกันต่อ แถมสุมาอี้ยังสั่งให้จุดไฟเผาเสียด้วย ทุกวันทหารของม้าเจ๊กหนีลงมายอมจำนนกับสุมาอี้มากขึ้นทุกวันๆ อองเป๋งที่เอากองทัพแยกไปตั้งค่ายจะเข้ามาช่วยก็ไม่ได้เพราะทหารมีน้อยเกินไปและก็ถูกล้อมอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นข่าวที่ว่าม้าเจ๊กตั้งค่ายบนเขาไปถึงหูขงเบ้ง ขงเบ้งถึงกับหูแดงเพราะความโกรธที่ม้าเจ๊กขัดคำสั่งไม่ตั้งค่ายคร่อมทาง แต่จะทำอะไรก็สายเกินไปเสียแล้ว ขอย้อนกลับมาเกเต๋งอีกทีนะครับ พอถูกล้อมมากๆเข้าม้าเจ๊กก็ทนไม่ไหวสั่งทหารบุกลงมาสู้ แต่พอทหารลงเขามาก็ถูกทหารของสุมาอี้เอาธนูยิงใส่ล้มตายเป็นอันมาก จนในที่สุดก็ต้องหนีหักออกมาและเสียเกเต๋งให้แก่สุมาอี้ไป พอขงเบ้งกลับมาถึงฮันต๋งก็สั่งประหารม้าเจ๊กด้วยน้ำตาตามทัณฑ์บนที่เขาให้ไว้ แต่ยกเว้นครอบครัวของม้าเจ๊กไม่ต้องรับโทษ แล้วขงเบ้งก็ขอลดขั้นตำแหน่งของตนเองลง 3 ขั้นเพื่อลงโทษตัวเองที่ไม่เชื่อคำพระเจ้าเล่าปี่ที่เคยเตือนไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่า ม้าเจ๊กมีคำพูดมากกว่าฝีมือ จะให้คุมงานใหญ่นั้นไม่ได้!!!

จากที่กระเรียนเล่ามาทุกท่านเห็นไหมครับว่าการบริหารงานที่สำคัญที่สุดคือการบริหารคน การใช้คนให้ถูกกับงาน (Put the right man in the right job) นั้นจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้ สำหรับนักบริหารบางครั้งการใช้คนไปทำงานใหญ่โดยไม่คิดว่าคนๆนั้นจะสามารถแบกรับภาระและความกดดันไหวหรือไม่ หากม้าเจ๊กไม่เจอคู่ต่อสู้อย่างสุมาอี้ บางทีเขาอาจจะรักษาเกเต๋งไว้ก็ได้ แต่นี่เขาดันไปเจอกับคู่ปรับขนาดมหึมาซึ่งข้อพิสูจน์ก็คือขนาดขงเบ้งยังไม่เคยเอาชนะได้เลยและสุดท้ายก็ต้องกระอักเลือดตายด้วยซ้ำ แล้วอย่างม้าเจ๊กจะไปเหลืออะไร ขงเบ้งเองก็กลัวสุมาอี้ขนาดหนักแล้วยังใช้พนักงานเกรดบีไปรบก็น่าจะเดาผลได้ไม่ยากว่าใครจะแพ้หรือชนะอยู่แล้วจริงไหมครับ?

หากผู้บริหารใช้คนไม่ถูกกับงานแล้วผลที่ออกมาก็อาจทำให้องค์กรทั้งองค์กรเสียขวัญได้เหมือนกัน แต่เมื่อมองถึงตัวผู้บริหารอย่างขงเบ้ง แม้ว่าเขาจะผิดพลาดในการใช้คน แต่เขาก็ยังมีสิ่งที่น่านับถืออยู่อย่างหนึ่งก็คือ ความกล้ารับผิดที่ตนสั่งการไว้โดยขอลดตำแหน่งตัวเองลง 3 ขั้น  นักบริหารบางคนชอบรับแต่ชอบ เมื่อผิดก็โยนให้ลูกน้องไป แบบนี้จะกุมใจผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างไรครับ ผู้บริหารที่มีความเป็นผู้นำเมื่อผิดก็ต้องกล้าลงโทษตัวเองเพื่อเป็นตัวอย่างให้กฏเกณฑ์ขององค์กรศักดิ์สิทธิ์แก่ทุกคนในองค์กร และพนักงานก็จะยิ่งเพิ่มความศรัทธาและเชื่อถือแก่ผู้บริหารคนนั้นตลอดไป

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...