สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 7

สัปดาห์ก่อนผมได้เล่าถึงตอนที่เล่าปี่ได้บังทองมาเป็นที่ปรึกษา และอธิบายถึงอุปนิสัยของคนเก่งที่มีอีโก้สูงว่าจะไม่ค่อยฟังใคร จะยึดมั่นกับความคิดของตนว่าถูกต้องที่สุด จนในที่สุดก็ต้องพบจุดจบบนความมีอีโก้สูงของตัวเองดั่งเช่นบังทองหงส์ดรุณนี้เอง เรามาเริ่มเดินทางย้อนอดีตในตอน “บังทองสิ้นบุญ” ไปด้วยกันเลยครับ

เมื่อที่เล่าปี่ได้บังทองมาเป็นกุนซืออีกคนหนึ่งแล้ว ก็นับได้ว่าเล่าปี่ได้ที่ปรึกษาทั้งฮกหลง ฮองซู มาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว นับว่าเล่าปี่สามารถกุมอำนาจสร้างบ้านแปลงเมืองได้อย่างสบายๆแต่กาลก็หาเป็นดังนั้นไม่ หลังจากที่บังทองมาอยู่กับเล่าปี่ไม่นาน ทางเสฉวนโดยมีเล่าเจี้ยงเป็นเจ้าแคว้นก็ถูกรุกรานโดยเตียวล่อแห่งฮั่นต๋ง เล่าเจี้ยงจึงส่งเตียวสงไปหาโจโฉเพื่อขอให้โจโฉเข้าตีเตียวล่อโดยเขาก็คิดจะสวามิภักดิ์กับโจโฉด้วยในตัวจึงคิดจะเอาแผนที่เสฉวนไปให้ด้วย แต่เตียวสงกลับถูกโจโฉไล่ตีไล่ตะเพิดออกมาอย่างเจ็บปวด จะกลับไปรายงานความล้มเหลวที่เสฉวนก็ไม่กล้าสบตากับเล่าเจี้ยง คิดไปคิดมาอย่ากระนั้นเลยสู้บ่ายหน้าไปหาเล่าปี่ทางเกงจิ๋วดีกว่า แล้วก็ได้ผล!!! เล่าปี่รู้อยู่แล้วว่าเตียวสงจะมาหาเพราะขงเบ้ง บังทองแนะนำไว้แล้วจึงส่งจูล่งกับกวนอูไปคอยต้อนรับอย่างให้เกียรติที่สุด ทั้งตัวเล่าปี่ ขงเบ้ง บังทองเองก็ออกมาต้อนรับขับสู้อย่างดีโดยไม่พูดถึงเหตุผลเรื่องที่เตียวสงเดินทางมาเลย ผ่านไป 3 วันเตียวสงคิดจะเดินทางกลับแต่เล่าปี่ก็มาส่งโดยอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ทำให้เตียวสงซาบซึ้งน้ำใจของเล่าปี่ จึงมอบแผนที่เสฉวนให้ไป และกลับไปบอกเล่าเจี้ยงให้ขอกำลังสนับสนุนจากเล่าปี่แทนโจโฉ เนื่องจากโจโฉเป็นคนเจ้าเล่ห์ คิดจะเข้าตีเสฉวนไว้เสียเอง เล่าเจี้ยงเชื่อใจจึงขอความช่วยเหลือมาที่เกงจิ๋ว แต่ขุนนางเสฉวนหลายคนไม่เห็นด้วย แต่เล่าเจี้ยงก็ยังส่งคนมาที่เกงจิ๋วจนได้

เล่าปี่เมื่อรู้ว่าเล่าเจี้ยงขอความช่วยเหลือมาก็ตอบรับจะไปช่วยทันที และรีบจัดเตรียมกองทัพเพื่อเดินทางไปเสฉวนโดยให้บังทอง ฮองตง อุยเอี๋ยน ไปด้วยแล้วให้ ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย อยู่รักษาเกงจิ๋ว เมื่อพบกันเล่าเจี้ยงก็ให้จัดเลี้ยงต้อนรับเล่าปี่ทุกวัน ส่วนบังทองก็บอกให้เล่าปี่ลอบสังหารเล่าเจี้ยงเสียแล้วยึดเสฉวนมาเลย แต่เล่าปี่ไม่เห็นด้วย แม้ว่าครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงบังทองแอบบอกอุยเอี๋ยนให้ฆ่าเล่าเจี้ยงเสีย แต่เล่าปี่ก็เข้ามาขวางเสียก่อนจึงพลาดโอกาสไปอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเล่าปี่ก็นำทหารไปรักษาด่านที่แฮบังก๋วน บังทองแนะนำให้เล่าปี่ลองใจเล่าเจี้ยงโดยขอเสบียงและทหารมาช่วย แต่ขุนนางฝ่ายเสฉวนทัดทานจนเล่าเจี้ยงเริ่มเขวจึงส่งแต่เพียงทหารแก่ๆ 4,000 นายกับเสบียงข้าวหมื่นถังมาให้แทน นี่จึงทำให้เล่าปี่โกรธและคิดหันกลับไปตีเสฉวนแทนทันที

บังทองเสนอทางเลือก 3 ทางให้เล่าปี่ คือ 1. เข้าตีเสฉวนทันที 2. ยึดด่านโปยสิก๋วนก่อนแล้วตีเสฉวน 3. ถอยกลับไปตั้งหลักที่เกงจิ๋ว เล่าปี่เลือกข้อ 2. จึงเข้าตีด่านโปยสิก๋วนแตกและกำลังรุกคืบหน้าไปเสฉวน ขณะนั้นเล่าเจี้ยงรู้ว่าเตียงสงคิดทรยศจากจดหมายที่เตียวสงเขียนถึงเล่าปี่ให้รีบมาตีเสฉวน จึงสั่งประหารเตียวสงเสีย ฝ่ายเล่าปี่เองก็ตีได้หลายด่านแล้วกำลังจะยกไปตีเมืองลกเสีย แต่ก็พบทางใหญ่ทางเล็กอยู่ 2 ทาง ขณะนั้นจดหมายเตือนจากขงเบ้งว่าอาจมีขุนพลเสียชีวิตควรยกกลับมาเกงจิ๋วก่อนแล้วค่อยคิดอ่านต่อไปก็มาถึงเล่าปี่ เล่าปี่อ่านแล้วก็คิดจะยกทัพกลับเกงจิ๋ว แต่บังทองคิดว่าขงเบ้งอิจฉาตน กลัวว่าตนจะมีผลงานดีกว่าจึงเขียนจดหมายมาเตือนแบบนี้ บังทองจึงเสนอให้เล่าปี่เข้าตีทางใหญ่ ส่วนทางเล็กนั้นตนจะลอบไปตีเองโดยไม่ให้ทหารเสฉวนรู้ตัว

ขณะที่กำลังจะเคลื่อนทัพนั้นม้าของบังทองเกิดพยศขึ้นมา เล่าปี่จึงให้เปลี่ยนเอาม้าสีขาวชื่อว่า “เต๊กเลา” ของตนไปเปลี่ยนให้แทน แล้วทั้งสองทัพก็ยกไปเข้าตีลกเสียทั้ง 2 ทาง เมื่อบังทองมาถึงทางเล็กแล้วเห็นช่องเขาทั้งสองข้างเป็นช่องแคบง่ายต่อการดักซุ่มของทหารเสฉวน พอดีเห็นป้ายชื่อเนินอยู่ตรงช่องเขาจึงให้ทหารไปดู ทหารไปดูกลับมาก็บอกว่าป้ายนั้นเขียนว่า “เนินหงส์ร่วง” หรือลกห้องโห บังทองตกใจกล่าวออกมาว่า เราชื่อว่าบังทองมีฉายาว่าฮองซู (หงส์ดรุณหรือหงส์อ่อน) หรือเราจะต้องพบจุดจบลงที่นี่เสียแล้ว พอสิ้นเสียงทหารเสฉวนที่ซุ่มอยู่โดยมีเตียวหยิมเป็นแม่ทัพก็สั่งให้ยิงลูกศรลงมาจากด้านบนช่องเขาทั้ง 2 ช่องทาง โดยเตียวหยิมนึกว่าคนที่ขี่ม้าขาวนั้นคือเล่าปี่ จึงสั่งให้ระดมยิงมาที่คนที่ขี่ม้าขาวจนร่างของบังทองพรุนไปด้วยลูกธนูและขาดใจตายที่เนินลกห้องโหนั่นเอง

น่าเสียดายนะครับ บังทองเสียชีวิตด้วยอายุเพียง 36 ปีเท่านั้น เขาจากไปโดยยังไม่ได้บรรลุเป้าหมายเลย ทั้งๆที่เป็นคนที่มีปัญญาสูง แต่ด้วยความมีอีโก้สูงและกลัวว่าใครจะมาคิดอิจฉาตนเท่านั้นเอง จึงทำให้หงส์ดรุณซึ่งน่าจะสร้างผลงานในการยึดเสฉวนได้ กลับต้องมาพบจุดจบอย่างไม่ควรเลย นักลงทุนบางคนเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถสูง สามารถเล่นหุ้นได้กำไรทีละมากๆ เมื่อเวลาผ่านไปก็มักคิดว่าตัวเองมีความรู้สูง มีความฉลาดเหนือใคร บางคนซื้อหุ้นตอนช่วงเวลาที่หุ้นเป็นขาขึ้นแล้วได้กำไรเสมอๆ ก็จะคิดว่าตนนั้นเก่งที่สุด เมื่อมีคนที่รู้จริงกว่ามาเตือนว่าหุ้นกำลังจะปรับตัวลงแล้วนะ ก็กลับมองว่าเขาประสงค์ร้าย แล้วยิ่งกลับซื้อหุ้นเต็มพอร์ตเข้าไปใหญ่ เพราะคิดแค่ต้องการเอาชนะ แต่สุดท้ายหุ้นปรับตัวลงแรง นักลงทุนคนนั้นก็จะต้องประสบเคราะห์กรรมโดยขาดทุนหุ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน

การลงทุนในหลักทรัพย์ก็คล้ายๆกับการจัดกองทัพเพื่อเข้าตีเมืองสักเมืองหนึ่งนั่นแหละครับ เราต้องวางแผนการรบทั้งรุกและรับไปด้วยในคราวเดียวกัน ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจะมีทางออกอย่างไร และที่สำคัญจะนำเอาอีโก้หรืออารมณ์ความรู้สึกมาเล่นหุ้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะเราไม่สามารถกำหนดทิศทางหุ้นได้ฉันใด แม่ทัพอย่างบังทองก็ไม่สามารถกำหนดฝ่ายข้าศึกได้ฉันนั้นเช่นกัน เราทำได้เพียงปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นเท่านั้น เมื่อมีคนมาเตือนเราๆควรจะต้องคิดถึงผลได้ผลเสียจากสิ่งที่จะทำก่อนที่จะนึกว่าคนที่มาเตือนหวังดีหรือหวังร้าย หลายครั้งนะครับคนที่หวังร้ายจริงๆมาเตือนแต่ผลที่ออกมากลับดีขึ้นไปใหญ่ก็มีอยู่ถมเถไป แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อนักลงทุนตัดสินใจอะไรลงไปแล้วเมื่อเกิดอะไรขึ้นมาก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นด้วย และมองหาข้อผิดพลาดของตนเพื่อแก้ไขและปรับปรุงกลยุทธ์การลงทุนของท่านให้ดีขึ้นกว่าเดิมในอนาคต

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...