สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 8

สัปดาห์ก่อนผมเล่าเรื่องบังทองสิ้นบุญไปให้ทุกท่านได้อ่านกันครบทั้ง 2 ตอนแล้วนะครับ ในสัปดาห์นี้ผมอยากจะเล่าเรื่องของขุนพลฝ่ายกังตั๋งบ้าง เรามาดูกันถึงวิถีชีวิตของขุนพลผู้นี้ ซึ่งถือกำเนิดมาในตระกูลขุนศึก ต่อมาเสียบิดาไปแต่ก็สามารถกลับมาเป็นใหญ่ครองแคว้นกังตั๋งได้ เขาทำได้อย่างไรนั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจศึกษาทีเดียว ครับ!!ขุนพลคนนี้ก็คือซุนเซ็กบุตรของซุนเกี๋ยนและเป็นพี่ชายของคนดังแห่งง่อก๊กนั่นก็คือซุนกวนนั่นเอง เรามาเริ่มย้อนอดีตเพื่อนำมาปรับกลยุทธ์การบริหารและการลงทุนกันเลยครับ

หลังจากซุนเกี๋ยนผู้เป็นบิดาของซุนเซ็กตายด้วยน้ำมือของทหารเล่าเปียว ซุนเซ็กในเวลานั้นอายุเพียงแค่ 17 ปีจึงไปอยู่กับอ้วนสุดเจ้าเมืองลำหยง ในหัวใจของซุนเซ็กนั้นคั่งแค้นเล่าเปียวมากรอวันที่จะล้างแค้นอยู่เสมอมา ในขณะที่เขารับใช้อ้วนสุด อ้วนสุดก็เหมือนจะไม่ค่อยเอ็นดูซุนเซ็กมากสักเท่าไหร่ จากตำแหน่งที่เขาได้รับเป็นแค่นายทหารและได้รับมอบหมายให้ไปตีเมืองเก๋งกวนกับเมืองโลกั๋ง พอซุนเซ็กชนะกลับมาอ้วนสุดก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ ถึงขนาดนายทหารอย่างซุนเซ็กแอบไปนั่งร้องไห้ที่ใต้ต้นมะขามเลยทีเดียว ดีที่มีเตียเภากับจูตีเข้ามาปลอบแล้วก็แนะนำให้ซุนเซ็กไปขอยืมทหารจากอ้วนสุดเพื่อยกไปช่วยน้าที่ชื่องอเก๋งแห่งเมืองตันเอี๋ยง ซุนเซ็กฟังดังนั้นเขาก็ปรึกษากับลิบองว่าเอาไงดีหว่า ลิบองก็เห็นด้วยแต่ก็ยังกลัวว่าอ้วนสุดจะระแวงและไม่ให้ยืมทหารมา เอาหล่ะสิครับ!!! ทีนี้ซุนเซ็กจะทำอย่างไรดีหล่ะ???

ซุนเซ็กเองก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าถ้าอ้วนสุดไม่ให้ทหารมาจะทำอย่างไรดี ก็พอดีนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีตราหยกแผ่นดินที่ป๋าซุนเกี๋ยนมอบไว้ให้ก่อนตาย (ถ้าผมจำไม่ผิดตราหยกแผ่นดินนี้ซุนเกี๋ยนไปเจอโดยบังเอิญในบ่อน้ำตอนที่ร่วมกันตีตั๋งโต๊ะนะครับ) เขาจึงคิดว่าจะเอาตราหยกนี้ไปให้อ้วนสุดเพื่อแลกกับการยืมทหาร 3,000 นาย ซึ่งก็ได้ผล!! อ้วนสุดก็โลภอยากได้ตราหยกอยู่นานแล้วเหมือนกัน จึงให้ทหาร 3,000 นายกับม้าอีก 500 ตัว ซุนเซ็กจึงนำสมัครพรรคพวกของเขา เช่น อุยกาย ลิห้อม จูตี เทียเภา ไปด้วยกัน ระหว่างทางก็พบกับจิวยี่เพื่อนสมัยเด็กก็ชวนมาร่วมขบวนการด้วย จิวยี่ก็ตกลงและยังแนะนำเตียวเจียวกับเตียวเหียนมาช่วยงานอีก 2 คน ซุนเซ็กดีใจมากและก็เริ่มมั่นใจในการคิดเข้าตีเกงจิ๋วของเล่าเปียวทันที

เมืองหน้าด่านของเกงจิ๋วมีเจ้าเมืองชื่อว่าเล่าอิ้ว และมีไทสูจู้เป็นนายทหารใหญ่อยู่รักษาเมือง ฝ่ายซุนเซ็กเมื่อรบกับไทสูจู้สักพักแล้วก็เกิดถูกชะตาอยากได้คนมีฝีมือมาร่วมงานใหญ่ด้วย จึงท้าทายไทสูจู้ให้มาต่อสู้กันตัวต่อตัว ทั้งสองคนต่างก็สะบักสะบอมกันทั้งคู่ พอดีฝนตกลงมาห้ามทัพไว้ก่อน ทั้งสองจึงต่างถอยกลับค่ายของแต่ละฝ่าย พอถึงค่ายเท่านั้นแหละครับ ซุนเซ็กก็รำพันกับจิวยี่ว่าอยากได้ไทสูจู้ใจแทบขาดแล้ว จิวยี่ก็ออกอุบายจนจับเสือใส่ถัง เอ้ย!!! จับไทสูจู้ได้จริงๆ พอซุนเซ็กเห็นไทสูจู้ถูกจับมัดเข้ามาก็รีบวิ่งไปแก้มัดด้วยตัวของเขาเอง แล้วกล่าวว่า “เล่าอิ้วไม่รู้จักใช้คนเก่ง จึงรบแพ้และทำให้คนเก่งๆอย่างท่านเสียชื่อไปด้วย ข้าพเจ้าเสียดายที่รู้จักท่านช้าเกินไป หากได้คนอย่างท่านมาช่วยงาน งานใหญ่ก็คงจะสำเร็จได้ไม่ยาก” ฝ่ายไทสูจู้เองก็รู้สึกนับถือในฝีมือการต่อสู้ตัวต่อตัวกับซุนเซ็กอยู่แล้ว แถมพอมองไปที่กลางค่ายก็เห็นเสื้อที่ซุนเซ็กใส่ตอนที่ต่อสู้กับตนจนขาด ถูกแขวนอยู่อย่างตั้งใจ ไทสูจู้จึงรู้สึกเลื่อมใสในน้ำใจของซุนเซ็กว่าคงจะอยากได้ตัวเราไว้จริงๆ จึงตอบตกลงใจช่วยซุนเซ็กไป แต่ก็บอกกับซุนเซ็กว่า “ไพร่พลที่แตกพ่ายไปนั้น ข้าพเจ้าจะขอไปตามกลับมาช่วยท่านด้วย หากท่านเชื่อใจเราพรุ่งนี้เราจะกลับมาพร้อมไพร่พลไว้ช่วยงานท่าน” นายทหารคนอื่นๆไม่เห็นด้วยกลัวว่าหากปล่อยไทสูจู้กลับไป ก็อาจจะคิดไม่ซื่อกับซุนเซ็กก็ได้ แต่ซุนเซ็กก็ปล่อยตัวไป

วันรุ่งขึ้นซุนเซ็กและนายทหารคนอื่นๆต่างก็ออกมารอไทสูจู้ตามเวลาที่นัดหมายอยู่หน้าค่าย นายทหารหลายคนก็เริ่มบ่นว่าสงสัยไทสูจู้คงจะไม่มาแล้วกระมัง แต่ซุนเซ็กผู้เด็ดเดี่ยวกลับตอบไปว่า “ข้าพเจ้าใช้คนต้องเชื่อใจ หากไม่เชื่อใจก็ไม่ช่วงใช้” พอกล่าวจบก็เห็นกองทหารประมาณ 1 กองพันเข้ามา ซึ่งก็เป็นกองทหารของไทสูจู้ที่กลับไปตามสมัครพรรคพวกมาช่วยงานนั่นเอง และหลังจากที่ซุนเซ็กได้ไทสูจู้มา เขาก็สามารถประกาศศักดาครองกังตั๋ง 81 หัวเมืองได้อย่างรวดเร็วทันใจ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ทุกท่านคงจะเห็นเหมือนผมนะครับว่าคนที่จะเป็นใหญ่ได้ ใจต้องใหญ่และนิ่ง และต้องสามารถชนะใจคนให้ได้ด้วยการแสดงออกถึงความจริงใจของตัวเองก่อน เพราะเมื่อคุณเริ่มคิดการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการก่อร่างสร้างบริษัท หรือแม้แต่การลงทุนต่างๆ ควรต้องเริ่มที่การสร้างคนก่อน และต้องไม่ระแวงในการใช้คน เพราะถ้าเราระแวงแล้วใครจะเชื่อใจเรา บางครั้งการให้ใจกับผู้อื่นก่อน ผลตอบแทนที่กลับมาอาจมากกว่าที่ต้องเสียไปก็ได้นะครับ นักลงทุนบางคนคิดแต่จะเอาแต่ได้อย่างเดียว แต่ไม่คิดจะผูกใจคนเก่งๆให้ทำงานกับเรา แล้วใครเขาจะเต็มที่กับเราหล่ะครับ จริงไหม??? นักธุรกิจหรือนักลงทุนบางคนอยากได้กำไรจากการลงทุนเยอะๆ แต่ไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายให้กับที่ปรึกษาการลงทุนเก่งๆที่รู้จริงเพื่อให้มาช่วย สุดท้ายก็ขาดทุนหนักๆเมื่อเทียบกับการที่ยอมเสียค่าจ้างเล็กๆน้อยๆแล้วก็เทียบกันไม่ได้เลย กว่าจะรู้ตัวก็ขาดทุนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวไปแล้ว เข้าตำราเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายนั่นเอง ตัวอย่างในอดีตก็มีมาแล้วมากมาย ถ้าอยากเป็นอย่างซุนเซ็กที่สุดท้ายได้ครองกังตั๋ง 81 หัวเมือง ก็ลองใช้วิธีของซุนเซ็กเขาดูสิครับทั้งในเรื่องวิธีคิดของเขาในการยอมแลกตราหยกเพื่อแลกกับกองทัพ 3,000 คน หรือวิธีคิดของเขาในเรื่องการใช้คน คนที่จะใหญ่ได้ไม่ใช่ตัวเองต้องเก่งไปเสียทุกอย่าง แต่ต้องใช้คนเก่งให้ทำงานให้เราได้ นี่จึงจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนตลอดไปครับ

ด้วยความปรารถนาดี

กระเรียน

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...