สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 10

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้เขียนอธิบายถึงวิธีการลงทุนแบบ Spider Support Method กันพอเป็นสังเขปไปแล้วนะครับ ก็หวังว่านักอ่านและนักลงทุนที่สนใจวิธีการนี้จะนำไปฝึกฝนจนเป็นความเคยชิน เมื่อเห็นหุ้นลงก็ไม่ตกใจแต่ก็รอซื้อที่จุดรับ และเมื่อเห็นหุ้นปรับตัวขึ้นไปก็ไม่ดีใจจนเกินไปแต่รอขายเพื่อทำกำไรตามแนวต้านที่ท่านคิดไว้ในใจ ถ้าฝึกได้แบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะเห็นผลได้จากพอร์ตการลงทุนที่โตขึ้นในแต่ละรอบการลงทุนครับ ผมหวังว่าแนวความคิดสไตล์กระเรียนนี้จะช่วยให้นักลงทุนและนักธุรกิจทุกท่านได้ผลกำไรกันไม่มากก็น้อยนะครับ

สำหรับในสัปดาห์นี้เรามาเข้าเรื่องราวของสามก๊กกันต่อดีกว่า ซึ่งในครั้งนี้กระเรียนอยากเล่าเปรียบเทียบถึงบุคลิกและแนวคิดของ 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวรรณกรรมสามก๊ก นั่นก็คือ โจโฉ ซุนกวน และเล่าปี่ ว่าการที่พวกเขาก้าวขึ้นมาแบ่งอาณาจักรจีนไปครองกันได้นั้น เขามีแนวคิดกันอย่างไร แต่ผมจะไม่ลงรายละเอียดลึกๆในเรื่องราวของทั้ง 3 คน แต่จะเล่าเปรียบเทียบกันว่าแต่ละคนมีนิสัยรวมถึงบุคลิกโดยรวมเป็นอย่างไร เรามาเริ่มกันที่โจโฉก่อนเลยดีกว่านะครับ

โจโฉ หรือเม้งเต้นั้น ถ้าอ่านจากในวรรณกรรมฉบับเจ้าพระยาพระคลังจะรู้สึกว่าโจโฉนั้นเป็นคนใจแข็ง ก้าวร้าว เจ้าเล่ห์เพทุบาย ตัวเองยอมทรยศคนอื่นแต่ไม่ยอมให้ใครมาหักหลังตนเอง แต่ถ้ามองกันอีกมุมนึงจะเห็นได้ว่า โจโฉเป็นคนที่รักพวกพ้อง รักคนเก่งมีความสามารถ พร้อมสนับสนุนคนเก่งที่แม้ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ให้มีโอกาสขึ้นมามีตำแหน่งที่สำคัญๆในวุยก๊ก เม้งเต้ตัวเล็กผู้นี้มีลักษณะนิสัยกล้าได้กล้าเสีย ถ้าจะเปรียบเป็นนักลงทุนก็คงจะเปรียบได้กับนักลงทุนสไตล์ “นักเลงหุ้น” คือแม้จะฟังที่ปรึกษารอบข้างแต่สุดท้ายเขาจะตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง พร้อมที่จะทุ่มเม็ดเงินเข้าซื้อหุ้นถ้าเขาคิดว่าต้องได้กำไรแน่ๆ แม้บางครั้งเขาอาจเสียท่าแทบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่นักลงทุนสไตล์โจโฉนี้ก็จะสามารถยิ้มสู้กับมันได้โดยไม่โทษใคร และเห็นว่าการลงทุนก็เหมือนการทำสงคราม ย่อมมีแพ้มีชนะกันได้ อยู่ที่ใครมีกลยุทธ์ที่ดีกว่าก็ชนะ แต่เมื่อแพ้แล้วก็จะกลับมาวางแนวคิดใหม่ว่าที่แพ้นั้นแพ้เพราะอะไร แล้วก็กลับไปสู้ใหม่อีกครั้ง บางครั้งนักลงทุนสไตล์โจโฉก็ชอบที่จะล้วงลูกไปที่ฝ่ายตรงข้าม ถ้าเปรียบกับนักลงทุนก็คงจะเปรียบได้กับนักลงทุนที่ชอบเล่นข่าววงใน แต่ต้องเป็นวงในแบบวงในจริงๆ คือเขาต้องรู้ข่าวเป็นลำดับต้นๆก่อนที่ข่าวนั้นจะแพร่มาสู่สาธารณชน เขาอาจยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อตีสนิทกับคนในเพื่อจะได้รู้ข่าวก่อนใคร และสามารถเข้าซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไรได้ไม้ต้นๆ เขาจะไม่ชอบการอยู่เงียบๆคนเดียวในการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ แต่ชอบที่จะอยู่ท่ามกลางที่ปรึกษาชั้นเซียน เพื่อได้รับแนวคิดที่หลากหลายแล้วนำมากลั่นกรองอีกทีหนึ่งจึงค่อยตัดสินใจ

ซุนกวน บุตรซุนเกี๋ยนและเป็นน้องชายของซุนเซ็กผู้ครองกังตั๋ง ท่านที่เคยอ่านสามก๊กในตอน “ซุนเซ็กสิ้นชีพ” ท่านจำกันได้ไหมครับว่าก่อนซุนเซ็กจะตาย เขาได้บอกกับซุนกวนว่าอย่างไรในขณะที่ซุนกวนวิ่งมากอดแล้วร้องไห้ ซุนเซ็กผลักซุนกวนออกไปแล้วกล่าวว่า “ถ้าเป็นการบัญชาการรบ ขี่ม้าออกศึก รบพุ่งขยายดินแดน เจ้าสู้ข้าไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการรวบรวมใจผู้คน การปกครองคนและขุนนาง ข้าสู้เจ้าไม่ได้” นี่แหละครับคำการันตีจากปากของซุนเซ็กเจ้าแคว้นกังตั๋งก่อนจะสิ้นใจถึงซุนกวนผู้เป็นน้องชาย โดยทั่วไปอุปนิสัยของซุนกวนเป็นคนใจเย็น รักพวกพ้อง รู้จักฟังเหล่าขุนนางและขุนศึก ชอบมองอะไรยาวๆ เช่นการร่วมมือกับฝ่ายเล่าปี่ ซึ่งในขณะนั้นเล่าปี่ยังแทบไม่มีกำลังพลอะไรไปเทียบซุนกวนได้เลย แต่ซุนกวนก็มองการไกลว่าในแผ่นดินนี้คนที่กล้าชนกับโจโฉก็มีเพียงตนกับเล่าปี่เท่านั้น แถมเล่าปี่ก็ยังเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นด้วย คนผู้นี้แค่กระดิกนิ้วขึ้นมาก็อาจสะเทือนแผ่นดินได้เช่นกัน ซุนกวนจึงเลือกที่จะคบกับฝ่ายเล่าปี่จนสามารถเอาชนะโจโฉได้ที่ศึกเซ็กเพ็ก ถ้าเปรียบเป็นนักลงทุนแล้ว ซุนกวนก็คงจะสามารถเปรียบได้กับนักลงทุนสไตล์ชอบถือยาวในหุ้นพื้นฐานดีๆเพื่อกินปันผลไปเรื่อยๆ เพราะได้รับมรดกตกทอดมาเยอะมาก เงินที่เขาลงทุนจึงเป็นเงินเย็น ถ้าหุ้นราคาปรับตัวลงมามากๆเขาก็รอซื้อแล้วก็ถือไปเลยโดยไม่ขาย เขาจะไม่ลังเลหรือตกใจเมื่อหุ้นขึ้นหรือลงในระยะสั้น แม้บางครั้งหุ้นที่ซื้อไปนั้นอาจร่วงลงมาหลายสิบเปอร์เซ็นต์ นั้นเพราะเขาไม่ได้สนใจกับราคาหุ้นที่เคลื่อนไหว แต่เขาสนใจผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมากกว่าเปอร์เซ็นต์เงินเฟ้อในเวลานั้น จนเมื่อพื้นฐานหุ้นที่ถือเริ่มเปลี่ยน เขาจะไม่ลังเลที่จะลดพอร์ตการลงทุนจากหุ้นตัวเดิมไปเข้าหุ้นตัวใหม่หรือ Underlying Asset อื่นๆที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหรืออย่างน้อยที่สุดเท่ากับหุ้นตัวเดิมที่เขาเคยถืออยู่ แต่จะบอกว่านักลงทุนสไตล์ซุนกวนไม่ตามข่าวสารก็ไม่ได้นะครับ เพราะเขาจะเป็นนักติดตามข่าวสารตัวเอ้เลยทีเดียว แต่ข่าวที่เขาตามนั้นเขาจะเชื่อก็ต่อเมื่อข่าวนั้นจะส่งผลต่อเขาในระยะยาวๆเท่านั้น ส่วนในระยะสั้นเขาอาจติดตามเพื่อเป็นความรู้กับตัวเองเท่านั้น แต่จะไม่ค่อยใส่ใจเท่าใดนัก

คนสุดท้ายก็คือเล่าปี่ ผู้ซึ่งได้รับการตรวจพงศาวลี (ลำดับเครือญาติ) จากพระเจ้าเหี้ยนเต้และได้รับการรับรองให้เป็นพระเจ้าอาจากฮ่องเต้ด้วย ตัวของเล่าปี่นั้นเป็นคนสู้คนแต่ภายนอกนั้นดูเหมือนเป็นคนใจเย็น มีความกล้าหาญแต่ไม่ใช่มุทะลุบ้าบิ่น รักพวกพ้อง ใช้คนทำงานให้ตนเก่ง เจ้าน้ำตา พร้อมจะยกมือไหว้คนทุกชั้นอย่างไม่ถือตัว รักที่จะใช้กลศึกแบบรับก่อนแล้วรุกกลับทีหลัง ถ้าจะเปรียบเป็นนักลงทุนแล้วหล่ะก็ เล่าปี่ก็คงเหมือนนักลงทุนสไตล์รอดักหุ้นเพื่อเล่นรอบ โดยเขาจะให้ความสนใจกับผลกำไรจาก Capital Gain มากกว่าเงินปันผล ด้วยนิสัยที่ชอบเอาชนะผู้อื่นและเอาชนะสถานการณ์ซึ่งขัดกับภายนอกที่ดูเหมือนน้ำนิ่ง ทำให้เขาไม่สามารถอดทนรอกินปันผลเพียงอย่างเดียวได้ นักลงทุนสไตล์เล่าปี่จะไม่ไล่หุ้นถ้าเห็นว่าไม่ได้เปรียบ เขาจะอดทนรอจนกระทั่งหุ้นนั้นๆลงมาถึงแนวรับที่เขาคิดไว้อย่างใจเย็น และด้วยความที่เขาเป็นนักฉวยโอกาสชั้นดี เขาจะไม่พลาดเมื่อหุ้นที่เขารอนั้นปรับตัวลงมาถึงเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะที่คนอื่นๆพากันกลัวว่าหุ้นจะลงต่อไปอีก แต่เขาจะคอยดักเก็บหุ้นเป็นสเต็ปแล้วรอให้หุ้นปรับตัวขึ้นสวนกระแส เมื่อได้กำไรที่พอใจแล้วก็จะขายหุ้นออกไป แล้วก็รอดักหุ้นตัวใหม่ไปแบบนี้เรื่อยๆ โอกาสที่เขาจะได้กำไรทีเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์พันเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างยาก แต่เขามักจะได้กำไรต่อรอบการลงทุนไม่ต่ำกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นก็ทำให้นักลงทุนสไตล์นี้พึงพอใจแล้ว เล่าปี่เป็นผู้หนึ่งที่ใช้คนเก่งมาก เขาเป็นผู้เดียวที่สามารถทำให้ขงเบ้ง และบังทองยอมทำงานให้อย่างถวายชีวิต นั่นมาจากการถือคุณธรรมและการให้เกียรติผู้อื่นที่ด้อยกว่าตนเอง แต่กล้าชนกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเช่นโจโฉ นี่จึงทำให้กุนซือและขุนศึกทั้งหลายยอมรับน้ำใจของเล่าปี่ นักลงทุนสไตล์นี้จะเป็นผู้ที่พูดจาสุภาพต่อผู้อื่นก่อน จนกว่าเขาจะถูกดูถูกแบบผิดๆจากผู้อื่น เขาจะคิดสู้แบบถวายชีวิตจนกว่าจะเอาชนะได้ แม้ในตลาดหุ้น เมื่อเขาถูกปรามาสเขาจะยิ่งแสดงผลงานออกมาให้เห็นมากขึ้น และให้ผลงานเป็นตัวชี้วัดว่าใครถูกใครผิดกันแน่

จากที่เล่ามาข้างต้นนักลงทุนจะเห็นได้ว่า ต่างคนก็ต่างสไตล์กันแต่ทั้ง 3 สไตล์ก็สามารถทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาสู่อำนาจการปกครองของแผ่นดินจีนในยุคสามก๊กได้ ทั้ง 3 บุคลิกต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่อย่างหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน นั่นก็คือ “การไม่ปล่อยโอกาสดีๆให้หลุดลอยไป” สงสัยทั้ง 3 สไตล์นี้เมื่อชาติปางก่อนคงจะเกิดจะเป็น “ชาวสวน” ไม่ใช่ “ชาวไล่” เอ้ย!!! “ชาวไร่” เพราะในขณะที่คนอื่นกล้าพวกเขามักจะกลัว แต่ในขณะที่คนอื่นกลัวกันจัดๆพวกเขามักจะกล้า เอาหล่ะครับ!!! ทีนี้กระเรียนขอถามทุกท่านกลับบ้างว่า ทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้คิดว่าเป็นนักลงทุนสไตล์ไหนกันบ้างครับ??? สไตล์โจโฉ “จอมคนนักเลงหุ้น” หรือสไตล์ซุนกวน “สุภาพบุรุษปันผล” หรือสุดท้ายสไตล์เล่าปี่ “ผู้กล้าแห่งการเล่นรอบ” ลองเลือกกันดูนะครับ

จากใจถึงใจ

กระเรียน

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...