สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 12

สวัสดีครับนักลงทุนและนักอ่านทุกท่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เล่าถึงบุคลิกและแนวคิดของขงเบ้งเพื่อปรับใช้ในการลงทุนกันพอเป็นสังเขปไปแล้วนะครับ สำหรับสัปดาห์นี้ผมก็มีเรื่องราวของตัวละครอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จอย่างมากเพียงแค่วัยหนุ่มเท่านั้น นั่นก็คือจิวยี่ “สิงห์สำอางแห่งชีสอง” นั่นเองครับ!!! เราไปเริ่มย้อนอดีตเข้าสู่ยุคสามก๊กกันเลย

จิวกงจิ้นยี่ เป็นชาวเมืองโล่วกังซู เขาเกิดมาในตระกูลขุนนางเก่า ลักษณะเป็นหนุ่มรูปงาม ใบหน้าขาวเหมือนหยก เมื่อตอนยังเด็ก เขาได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวอย่างดีเยี่ยม จิวยี่มีความสามารถทั้งในด้านดนตรี การทหาร การเล่นหมากรุก การวาดรูป รวมถึงศิลปะแขนงต่างๆอย่างแตกฉาน ถึงขนาดมีคำกล่าวที่ว่า “ใครเล่นดนตรีผิดทำนอง จิวยี่รู้” เขาเป็นคนที่มีใจกว้างต่อเพื่อนฝูง ชอบคบหากับบัณฑิตมากหน้าหลายตา เพื่อนในวัยเด็กของเขาที่สำคัญก็คือ ซุนเซ็กพี่ชายซุนกวน ผู้สร้างอาณาจักรกังตั๋งนั่นเอง เมื่อครั้งซุนเซ็กขอยืมกองทหารจากอ้วนสุดก็เป็นจิวยี่นี่เองที่ไปรอต้อนรับซุนเซ็กที่หน้าเมือง เมื่อทั้งสองพบกันซุนเซ็กถึงกับพูดว่า “เมื่อเราได้พบท่านอีกครั้ง ในอนาคตอันใกล้นี้การใหญ่ต้องสำเร็จแน่” และก็จริงดังคำนั้น หลังจากที่ได้จิวยี่มา ซุนเซ็กก็สามารถครองกังตั๋ง 81 หัวเมืองได้ดังฝัน แถมทั้งสองก็ยังได้ครองคู่กับแม่นาง 2 เกี้ยว โดยซุนเซ็กได้แต่งงานกับแม่นางไต้เกี้ยวคนพี่ และจิวยี่ได้แต่งกับแม่นางเสียวเกี้ยวคนน้องภายหลังจากที่ยึดเมืองเสียนซานเสี้ยนได้ จิวยี่มีความจงรักภักดีต่อแซ่ซุนมาก ถึงขนาดที่เมื่อตอนซุนเซ็กใกล้จะตายก็ยังฝากฝังซุนกวนไว้กับจิวยี่ และเขาก็ได้เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งง่อก๊กมีสิทธิ์ขาดทั้งปวงในการบัญชาการทัพด้วยวัยเพียง 26-27 ปีเท่านั้นเอง

เมื่อตอนที่ขงเบ้งมากังตั๋งเพื่อขอกำลังจากซุนกวนร่วมรบกับโจโฉ จิวยี่ก็เป็นบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งที่ให้คำแนะนำและให้กำลังใจแก่ซุนกวนเพื่อให้เข้าร่วมกับฝ่ายเล่าปี่จนเกิดพันธมิตรซุนเล่าขึ้น แต่เมื่อออกศึกไปสักพักก็เป็นจิวยี่อีกนั่นแหละที่วางแผนสังหารขงเบ้งหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากระแวงว่าต่อไปภายหน้าบุคคลผู้นี้จะก่อภัยให้เกิดแก่กังตั๋ง แต่แผนที่เขาวางไว้ก็ล้มเหลวทุกครั้ง ถึงกระนั้นทั้งสองก็ยังร่วมวางแผนพิฆาตโจโฉด้วยไฟจนทัพเรือของโจโฉแตกไม่เป็นกระบวนที่เซ็กเพ็ก หลังจากนั้นจิวยี่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองลำกุ๋น ส่วนฝ่ายเล่าปี่ก็ได้เข้ายึดเกงจิ๋วได้ แต่นั่นก็เริ่มทำให้ความสัมพันธ์ของพันธมิตรซุนเล่าเริ่มร้าวกันมากขึ้น เพราะฝ่ายซุนกวนเองก็ต้องการเกงจิ๋วด้วยเช่นกัน นั่นจึงเป็นที่มาของการวางแผนทวงคืนเกงจิ๋วหลายต่อหลายครั้งของจิวยี่ แต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายครั้งหนึ่งในการวางแผนให้เล่าปี่มาแต่งงานกับซุนฮูหยินน้องสาวซุนกวน เพื่อที่จะให้เล่าปี่ลืมขุนศึกของตนมาหลงแสงสีในกังตั๋งก็ไม่สำเร็จอีก เพราะขงเบ้งรู้ทันหมดทุกอย่างและซ้อนกลกลับทำให้จิวยี่คับแค้นใจมากขึ้น วาระสุดท้ายของเขามาถึงขณะที่เขายกทัพไปตีเมืองปาเหล็ง และถูกลูกศรอาบยาพิษเข้า ประกอบกับความแค้นที่มีต่อขงเบ้ง จิวยี่เจ็บปวดทั้งใจทั้งกายสุดจะทนไหว จึงกล่าวคำสุดท้ายก่อนสิ้นใจว่า “เทียนกี้แซ่ยี่ ฮ่อปิ๊ดแซ่เหลียง” (ใยฟ้าส่งให้ยี่มาเกิดแล้ว ต้องส่งให้เหลียงมาเกิดด้วยเล่า) ภายหลังจากนั้นอีก 19 ปีเมื่อซุนกวนสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ เขาได้กล่าวสดุดีจิวยี่ไว้ว่า “หากข้าไม่มีกงจิ้น(จิวยี่) ทุกวันนี้ ไฉนข้าจักได้เป็นฮ่องเต้”

ครับ! มาถึงตรงนี้ทุกท่านก็คงได้อ่านประวัติคร่าวๆของจิวยี่กันพอเป็นสังเขปแล้วนะครับ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าจิวยี่เป็นคนที่มีบุคลิกหน้าตาดีมาก เป็นคนมีการศึกษาสูง มีความรู้ความสามารถหลายด้าน ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของแคว้น เป็นญาติกับเจ้าแคว้น และมีปัญญาหาใครเทียบได้ เท่าที่กล่าวมานั้นแทบจะหาข้อติไม่ได้เลย แต่มีเพียงข้อเดียวที่ทำให้เขาต้องพบจุดจบเร็วเกินไปด้วยอายุแค่ 36 ปี นั่นก็คือความเคียดแค้นที่มีอยู่ภายในใจ และความต้องการทำลายคู่แข่งทุกลมหายใจ เมื่อทำไม่ได้สุดท้ายผลแห่งความแค้นนั้นก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง น่าเสียดายคนที่เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ต้องมาจบชีวิตด้วยวัยไม่เท่าไหร่เอง ถ้าเขารู้จัก “วาง” ปัญหาบางอย่างลงไปได้ เขาก็คงไม่อายุสั้นและอาจจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ ที่จริงเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากนะครับ แต่เพราะความฉลาดเกินไปของเขาที่หยั่งรู้ว่าหากไม่กำจัดขงเบ้ง อนาคตคนๆนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อง่อก๊กได้ จึงทำให้เขาต้องคิดหาทางกำจัดอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่สำเร็จหลายครั้งเข้า ความแค้นที่มีก็สะสมมากขึ้นทุกวัน จนในที่สุดก็ถึงจุดจบอย่างน่าเสียดาย

นักอ่านและนักลงทุนทุกท่านจะเห็นได้ว่า บางครั้งนักลงทุนที่เก่งมีความรู้รอบด้านหาใครเปรียบยาก บางคนมีการศึกษาสูงจบด๊อกเตอร์จากเมืองนอกเมืองนามา บางคนก็จบหมอ จบวิศวะมา ความมั่นใจที่มีอยู่เต็มร้อยว่าเหนือใคร คิดว่าการลงทุนในหุ้นนั้นง่ายเหลือเกิน คนที่มีประสบการณ์มากๆในตลาดหุ้นมาแนะนำให้ก็ไม่ฟัง บางคนแกะงบได้ขาด อ่านข่าวได้ครบ ทฤษฎีแม่นเป๊ะๆ แต่พอมาลงสนามหุ้นจริงๆเข้าก็เกิดขาดทุน ไม่เป็นไปตามคาด บางคนก็ทำใจยอมรับไม่ได้ว่าทำไมตอนเรียนหนังสือ เราเรียนได้เกียรตินิยมมาตลอด แต่ทำไมพอมาลงทุนในหุ้นแล้วไม่เป็นอย่างที่คิดเลย (มีมากมายนะครับที่เป็นแบบนี้) นั่นเป็นเพราะความมีอีโก้ที่สูงเกินไป และลืมไปว่าคนเราไม่ว่าจะเก่งขนาดไหนก็ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วไม่ได้ เพราะเมื่อน้ำเต็มแก้วแล้ว ใครมาเติมอีกก็ไม่รับแล้ว เมื่อเกิดความผิดพลาดในการลงทุนขึ้นมาก็จะยอมรับได้ยากกว่าคนทั่วไป นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ล้มเหลวจากการลงทุนได้นั่นเองครับ

ที่เล่ามาเพราะผมอยากให้นักลงทุนทุกท่านที่ผิดพลาดและท้อใจอยู่ในขณะนี้ เกิดกำลังใจขึ้นมาใหม่ และลองใช้วิธีการ “เรียนรู้จากความผิดพลาด” ดูสิครับ ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด แต่ทุกอย่างจะเป็นไปได้ถ้าคุณมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ หาวิธีแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์มาตัดสิน ยอมรับสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้วหาวิธีเรียนรู้เพื่อแก้ไขให้ได้ ไม่มีอะไรสายเกินไป อย่าเป็นเหมือนอย่างจิวยี่(ควรเอาเยี่ยงแต่อย่าเอาอย่าง) ทั้งๆที่เป็นคนที่แสนจะเพอร์เฟกต์ แต่ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และมีแต่ความเคียดแค้นอาฆาตคนอื่น สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย!! คิดเหมือนผมไหมครับ???

$$$$$$$$$$$$$$$ ชนะใครก็ไม่สู้ชนะตนเอง $$$$$$$$$$$$$$$

ด้วยความปรารถนาดี

กระเรียน

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...