สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 13

สวัสดีนักลงทุนและนักอ่านทุกท่านครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นก็ขึ้นมามากทีเดียวนะครับ แต่ถึงตรงนี้ก็ต้องระมัดระวังว่าหุ้นจะปรับฐานลงกันบ้างแล้ว (วันที่ผมส่งต้นฉบับคือวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย. 53) แต่นักลงทุนที่ใช้วิธีแบบ Spider Support Method ก็คงจะขายไปตอนที่เซ็ทวิ่งขึ้นเยอะๆบ้างแล้วนะครับ ผมคงห่วงแต่นักลงทุนที่ชอบไปไล่ซื้อหุ้นตอนที่บวกมามากแล้ว เวลาท่านติดหุ้นจะติดนานกว่าคนอื่นเขา คนที่อ่านคอลัมภ์ของผมมานานตั้งแต่สมัยที่ผมเขียนให้กระแสหุ้น, SetMax จนมาถึงที่นี่จะทราบดีว่าหุ้นที่ผมให้ไปทุกตัวนั้นจะเป็นหุ้นที่ปรับฐานลงมาต่ำมากแล้ว ซึ่งจะเป็นการดักซื้อหุ้นก่อนที่หุ้นจะขึ้นแล้วก็จะมีการเชียร์ซื้อหุ้นจากหลายๆที่ แรกๆคนที่ยังไม่เข้าใจวิธีการลงทุนของผมมักจะมาบอกว่าผมให้หวยหุ้น จะว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิดนัก แต่ผลลัพธ์ที่เกิดก็ตัดสินได้ว่าตลอด 2-3 ปีมานี้ หวยหุ้นที่ผมให้ไปวิ่งหน้าตั้งกันแทบทุกตัวหรือเปล่า

เมื่อก่อนตอนผมเริ่มเขียนใน SetMax แรกๆยังไม่มีสมาชิกเลยสักคนเดียว ร้ายกว่านั้นยังมีคำครหาว่าของจริงหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์คนครับ ตอนนี้เสียงวิจารณ์เหล่านั้นก็เงียบลงไปแล้ว นอกจากหน้าใหม่ๆที่เพิ่งเข้าวงการมาไม่นาน จนถึงวันนี้ผมมีสมาชิกหลายร้อยคนที่เข้าใจและคอยสนับสนุนผมเสมอมา ผมขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริงๆครับที่ให้กำลังใจผมเสมอมา บางท่านจะส่งเมล์ความรู้ต่างๆมาให้อ่าน บางท่านก็เมล์มาคุยกันจนสนิทกันไปแล้วก็มี บางท่านก็ส่งเมล์เรื่องสนุกๆมาให้ผมอ่าน ผมขอบคุณจากใจจริงและยืนยันว่าอ่านทุกฉบับ แต่บางครั้งการตอบอาจช้าไปบ้างเนื่องจากเมล์ที่ส่งมาค่อนข้างเยอะ ผมจำเป็นต้องทยอยตอบนะครับ แต่จะพยายามตอบทุกฉบับที่เขียนส่งมา

เอาหล่ะครับ! มาเข้าเรื่องมังกรการลงทุนกันต่อดีกว่า สัปดาห์ก่อนผมเล่าเรื่องของจิวยี่ไปแล้ว ทุกท่านจะเห็นได้ว่าความเก่งกาจที่แฝงด้วยความริษยาผู้อื่นนั้น สุดท้ายก็จะกลายมาเป็นหอกทิ่มแทงตัวเองในที่สุด จิวยี่อายุสั้นเพราะดันมาเจอคู่ปรับแบบขงเบ้งและไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเอง แต่ในสัปดาห์นี้ผมจะขอเล่าเรื่องของคู่ปรับคนสำคัญอีกคนหนึ่งของขงเบ้ง แต่คนๆนี้ยอมรับว่าตนเองสู้ขงเบ้งไม่ได้ และวางแผนอย่างรัดกุมและคิดเอาชนะแบบไม่คิดเอาชนะ จนสุดท้ายขงเบ้งเองต้องรากเลือดตาย และหลานของตนก็ได้เป็นจักรพรรดิผู้รวบรวม 3 ก๊กให้กลายเป็นหนึ่งเดียวได้ นั่นก็คือ “สุมาอี้ จอมคนผู้พิชิตจอมคน” เรามาเริ่มย้อนอดีตไปด้วยกันเลยครับ

สุมาอี้มีชื่อรองว่า จงต๊ะ เกิดราวๆปี ค.ศ. 179 ในตระกูลขุนนางแห่งเหอหนาน บรรพบุรุษของเขาเป็นขุนนางมาตั้งแต่สมัยฌ้อปาอ๋อง สุมาอี้มีบุคลิกเฉลียวฉลาด มีความรู้ด้านพิชัยสงครามอย่างแตกฉาน เป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด มีความเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ในท่าทีเงียบเฉย สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะ แม้ต้องยอมลดศักดิ์ศรีของตนลงก็ตาม ในช่วงเวลาสมัยหนุ่มของเขาได้รับเทียบเชิญจากโจโฉให้มารับราชการด้วย แต่สุมาอี้รู้ดีว่าโจโฉเป็นคนที่น่ากลัวจึงแกล้งป่วยไม่ยอมไปอยู่ด้วย โจโฉถึงขนาดต้องขู่ว่าหากไม่มารับราชการด้วยจะประหารเสีย สุมาอี้จึงจำใจไปอยู่ด้วยแต่การรับราชการกับโจโฉ แต่ก็ไม่เป็นที่ไว้วางใจของโจโฉนัก เนื่องจากความเจ้าเล่ห์ของสุมาอี้แม้จะพยายามปิดไว้อย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาพญาอินทรีย์อย่างโจโฉไปได้ แม้กระทั่งก่อนสิ้นใจโจโฉยังบอกแก่โจผีบุตรชายว่า อย่าได้ให้สุมาอี้กุมอำนาจทางทหารอย่างเด็ดขาดซึ่งโจผีก็รับคำไม่ให้สุมาอี้มีอำนาจทางทหารแต่ก็มอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาคนสนิทแทน เมื่อโจโฉสิ้นบุญในราวปี ค.ศ. 220 โจผีขึ้นสืบทอดอำนาจต่อและสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนพระเจ้าเหี้ยนเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น ก็ได้สุมาอี้นี่แหละครับที่คอยวางแผนให้คำปรึกษาแก่โจผีจนได้อำนาจมาครอง

หลังจากโจผีสิ้นบุญก็เป็นโจยอยบุตรโจผีขึ้นครองบัลลังก์ต่อ ตอนนั้นฝ่ายจ๊กก๊กโดยมีขงเบ้งเป็นเสนาธิการใหญ่อยู่ก็ร่วมกับม้าเจ๊กวางแผนใส่ร้ายให้พระเจ้าโจยอยเนรเทศสุมาอี้กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านเกิด แต่ก็เป็นเวลาไม่นานนักภายหลังโจยอยก็ต้องรีบเชิญสุมาอี้กลับมาบัญชาการกองทัพวุย และหลังจากที่ได้อาจทางทหารเป็นครั้งแรก สุมาอี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะในการรบกับขงเบ้งจนขงเบ้งต้องเสียเกเต๋งไปและหนีตายกลับจ๊กก๊ก (เรื่องราวระหว่างขงเบ้งรบสุมาอี้จะขอแยกเล่าเป็นตอนในภายหลังนะครับ) และขงเบ้งก็ไม่เคยชนะสุมาอี้ได้เลยนับแต่นั้น ทั้งๆที่สุมาอี้เองก็ยอมรับว่าสติปัญญาของขงเบ้งนั้นดีกว่าตน แต่ด้วยกลยุทธ์เต่าในกระดอง ไม่ยอมออกรบด้วยจึงทำให้ขงเบ้งต้องกระอักเลือดตายในที่สุด และสุดท้ายตระกูลสุมาโดยพระเจ้าสุมาเอี๋ยนก็เป็นผู้ชนะในการสงครามอย่างยาวนานระหว่างแซ่เล่า แซ่โจ และแซ่ซุน โดยสุมาเอี๋ยนเป็นผู้รวบรวมแผ่นดินจีนทั้งสามก๊กให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้สำเร็จ

จากที่เล่ามาทุกท่านจะเห็นได้ว่าสุมาอี้นั้นมีความฉลาดที่ซ่อนเอาไว้ เขารู้จักประเมินตนและประเมินคนอยู่เสมอ เมื่อพบคู่ต่อสู้ที่เก่งกว่าแกร่งกว่า เขาก็มักจะนิ่งเพื่อให้ฝ่ายแข็งกว่าเริ่มอ่อนลง เขารู้จักอดทนอดกลั้นต่อคำใส่ไคล้และรอคอยโอกาสที่ดีโดยไม่ยอมให้หลุดมือไป สงสัยว่าสุมาอี้คงดูตัวอย่างของจิวยี่ที่ไปประลองปัญญากับขงเบ้งจนตัวตายมาแล้วจึงทำทุกอย่างตรงข้ามกับจิวยี่หมด และก็ได้ผลครับ สุดท้ายฝ่ายที่ต้องกระอักเลือดคือขงเบ้งเอง สงสัยก่อนตายขงเบ้งก็คงกล่าวเหมือนกับจิวยี่ว่า “เทียนกี้แซ่(บิ๊ก)เหลียง ฮ่อปิ๊ดแซ่(บิ๊ก)สุ” ด้วยหล่ะมั๊ง!!! นักลงทุนในตลาดหุ้นเองก็คงจะได้เรียนรู้วิธีคิดของสุมาอี้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนของตัวเองกันได้อย่างดีนะครับ บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นปลาใหญ่หรือเจ้ามือเอง แม้เราจะมีเงินมากขนาดไหน เพราะเราไม่มีทางไปสู้กับเจ้าของเขาได้เลยครับ ประวัติศาสตร์ก็มีมาหลายครั้งที่นักลงทุนรายใหญ่พยายามลากหุ้นแล้วโดนเจ้าของเทหุ้นโครมเข้าใส่ ก็มีมามากแล้วในชีวิตจริง ทำไมไม่ทำเป็นหูฉลามเอ้ย!! เหาฉลามแทนหล่ะครับ คอยว่ายน้ำตามฉลามไปเรื่อยๆ แล้วสังเกตดูอาการของฉลามให้ออก เมื่อฉลามออกล่าเหยื่อ เราก็ได้เหยื่อไปด้วยแม้บางครั้งอาจได้ไม่มากแต่ก็อิ่มไปได้หลายมื้อแล้ว แถมไม่ต้องออกแรงล่าเหยื่อเองด้วย แค่รอจังหวะกับเวลาเท่านั้นเอง เราก็จะสามารถทำกำไรได้เรื่อยๆแล้วครับ

มีนักลงทุนบางท่านถามผมมาว่า ระหว่างขงเบ้งกับสุมาอี้ ผมชอบใครมากกว่ากัน อันนี้ก็ตอบยากมากๆนะครับ แต่เอาเป็นว่าผมชอบทั้ง 2 คน เพียงแต่ความเก่งมันคนละยุคกัน ถ้าสุมาอี้มาเจอขงเบ้งในสมัยที่ขงเบ้งยังหนุ่มและมีเล่าปี่คอยหนุนอยู่ บางทีผลลัพธ์อาจจะแตกต่างจากที่เป็นอยู่ก็ได้ ที่จริงการต่อกรของทั้งคู่นับว่าเสมอกันนะครับ เพราะไม่มีใครแพ้ใครชนะทั้งคู่ แต่สุขภาพของขงเบ้งสู้สุมาอี้ไม่ได้ ถ้าจะตัดสินกันในจุดนี้ก็คงต้องตอบว่าขงเบ้งแพ้ภัยตัวเองมากกว่า รวมถึงลิขิตจากเบื้องบนที่กำหนดมาให้แซ่สุมาต้องขึ้นมาเป็นใหญ่ในที่สุดด้วย ถ้าจะให้เกิดผลดีต่อนักลงทุนโดยรวมก็คงต้องนำความคิดของทั้ง 2 คนนี้มารวมกันไว้ประยุกต์ใช้ในการลงทุนดีกว่าที่จะเลือกเอาความคิดของคนใดคนหนึ่งแต่เพียงคนเดียวนะครับ จะอย่างไรก็ตามขอให้เมื่อเราลงทุนแล้วได้กำไรก็เป็นพอแล้วจริงไหมครับ?!

ด้วยความปรารถนาดี

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...