สนทนาภาษากระเรียน : ภาคมังกรการลงทุน ตอนที่ 15

บุคคลที่ยิ่งใหญ่ในวรรณกรรมสามก๊กคนหนึ่งคือ เล่าปี่ ผู้ซึ่งแม้แต่โจโฉยังยอมรับว่าเป็นมังกรเทียบได้กับตน ซึ่งลักษณะของมังกรแบบเล่าปี่นั้นก็เป็นไปดั่งที่โจโฉว่าไว้ทุกประการนั่นคือ “อันผู้มีสติปัญญานั้น ถ้าจะคิดสิ่งใดก็กว้างขวางโอบอ้อมอารี อุปมาเหมือนบุคคลกลืนแก้วทิพย์ไว้ในท้อง ถ้าไปสถานที่ใด ถึงเวลาค่ำมืดก็เล็ดลอดสว่างไปด้วยรัศมีแก้ว ถ้าจะคิดการสิ่งใดก็รู้จักทีหนักทีเบาทีเสียทีได้ยักย้ายถ่ายเทมิให้ผู้ใดล่วงรู้ถึง จึงจะนับว่ามีสติปัญญาลึกซึ้ง” ท่านนักอ่านและนักลงทุนทุกท่านเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ไหมครับ?? ถ้าเห็นด้วยก็ตามมากับผมไปย้อนอดีตสู่สามก๊กในตำนาน “โจโฉ-เล่าปี่วิจารณ์วีรบุรุษ” กันเลยครับ

ครั้งนั้นเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ได้ไปอาศัยอยู่กับโจโฉ และได้เห็นการกระทำล่วงเกินยุวกษัตริย์พระเจ้าเหี้ยนเต้จากโจโฉอยู่เสมอ จึงได้เข้าร่วมกับตังสินแบบลับๆในการจะล้มล้างโจโฉ แต่ก็ยังไม่ได้กระทำสิ่งใดคงเพียงแต่เก็บตัวปลูกผักปักหญ้าไปตามเรื่อง กวนอู เตียวหุยก็ดุเอาเล่าปี่ว่าจะคิดการสิ่งใดก็ไม่คิด มาทำการเหมือนเป็นคนหาตระกูลมิได้แบบนี้จะประสงค์สิ่งใด ฝ่ายเล่าปี่ก็ตอบไปว่า เจ้าทั้งสองยังไม่รู้ความคิดพี่ เวลานี้โจโฉยิ่งใหญ่ส่วนเรายังอ่อนด้อยอยู่ หูตาโจโฉมีอยู่ทุกหนแห่ง หากพลาดพลั้งลงไปอาจมีอันตรายใหญ่หลวงและจะพาลทำให้การใหญ่ไม่สำเร็จเอาได้ ทั้ง 2 เมื่อได้ฟังจึงนิ่งเฉยอยู่

อยู่มาวันหนึ่ง (แหม! ขึ้นต้นประโยคเหมือนเล่านิทานเลยนะครับ แต่ใครจะคิดว่าเป็นนิทานก็คงจะไม่ผิดนัก) เคาทูทหารคนสนิทของโจโฉคุมทหารมาเชิญให้เล่าปี่ไปพบ เวลานั้นกวนอู เตียวหุยไม่อยู่บ้าน เล่าปี่จึงต้องเข้าไปพบกับโจโฉอย่างหวาดๆในใจกลัวว่าโจโฉจะรู้ความจริงว่าตนร่วมมือกับตังสินคิดล้มล้างโจโฉอยู่ และพอพบโจโฉก็ทักทายด้วยคำว่า “ท่านอยู่บ้านวันนี้ทำการใหญ่หลวงนัก” เล่าปี่พอได้ยินดังนี้ก็ตกใจนึกว่าโจโฉคงรู้ความหมดแล้วจึงยืนนิ่งอยู่ไม่รู้จะตอบอะไรออกไป แต่แล้วก็คลายใจลงไปเมื่อโจโฉทักต่อไปว่า “ท่านอยู่บ้านคิดอ่านทำสวนปลูกผักจะให้เหมือนสวนของเรานี้หรือ” เล่าปี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ แล้วโจโฉก็ให้ตั้งโต๊ะเสพสุรากันในสวนหลังบ้านนั่นเอง

ในขณะที่กำลังร่ำก๊งกันอย่างออกรสนั้น พอดีเกิดพายุใหญ่ ฝนฟ้าคะนอง เหล่าทหารก็วิจารณ์กันว่ามังกรสำแดงฤทธิ์บนอากาศ (สมัยสามก๊กนั้นผู้คนส่วนมากยังเชื่อเรื่องธรรมชาติเช่นฝนตก ฟ้าร้องว่าเป็นเพราะเทวดาหรือภูตผีสำแดงฤทธิ์กันอยู่นะครับ) ทั้งเล่าปี่และโจโฉก็แหงนหน้าขึ้นมองดูและก็เห็นมังกรกำลังสำแดงฤทธิ์อยู่จริง โจโฉอยากรู้ความคิดเล่าปี่ก็เลยถามเล่าปี่ว่า “ท่านทราบไหมว่าที่มังกรสำแดงจนเกิดเมฆมืดดังนี้ และมังกรนั้นมีฤทธิ์ประการใด” เล่าปี่ก็แกล้งตอบว่าไม่ทราบ โจโฉจึงว่ามังกรสำแดงฤทธิ์นั้น จะทำให้ใหญ่และเล็กเท่าใดก็ได้ จะขึ้นบนฟ้า ลงดิน ลงน้ำ หรือแอบในชะง่อนเขาก็ได้ เปรียบเหมือนคนมีสติปัญญา จะทำการสิ่งใดก็จะคาดการณ์ตามสมควร ถ้าเห็นว่าการใหญ่ก็ทำใหญ่ ถ้าประมาณการน้อยก็ทำแต่น้อย เมื่อโจโฉอธิบายเสร็จแล้วก็รุกถามเล่าปี่ต่อไปว่า ทุกวันนี้ท่านเห็นผู้ใดมีสติปัญญาเหมือนดั่งมังกรสำแดงฤทธิ์แบบนี้บ้าง เมื่อเล่าปี่ฟังอย่างนั้นก็คิดว่าหากตอบตามตรงก็เกรงจะมีอันตราย จึงแกล้งตอบไปว่าไม่ทราบเนื่องด้วยสติปัญญาของตนน้อย ที่อยู่ดีกินดีมาได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะท่านโจโฉช่วยทูลเสนอให้ แต่โจโฉก็ยังไม่ยอมเลิกรา ยังรุกต่อด้วยคำถามว่า ความคิดท่านก็มีอยู่ เหตุใดแกล้งเจรจาถ่อมตัวเหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะไม่มีสติปัญญาคิดเองโดยตลอด ก็คงเคยได้ยินได้ฟังคำเลื่องลือ และรู้จักชื่อว่าผู้ใดมีสติปัญญาบ้าง

เอาหล่ะสิครับ!! เล่าปี่พอเจอรุกด้วยคำถามแบบนี้ เก้าอี้ที่นั่งอยู่ก็เริ่มร้อนผ่าวๆ แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือต่อไป โดยแกล้งตอบไปว่า ในความคิดของตนนั้นเห็นว่า อ้วนเสี้ยว อ้วนสุด เล่าเปียว ซุนเซ็ก เล่าเจี้ยง เตียวล่อ หันซุย และคนอื่นๆไปมากมาย แต่โจโฉก็ส่ายหน้าพลางบอกว่า ทุกคนที่เล่าปี่บอกมานั้นเป็นเพียงแค่คนกินบุญเก่าเท่านั้น จะหาใครมีสติปัญญานั้นไม่มีเลย ว่าแล้วโจโฉจึงบอกแก่เล่าปี่ว่า “อันผู้มีสติปัญญานั้น ถ้าจะคิดสิ่งใดก็กว้างขวางโอบอ้อมอารี อุปมาเหมือนบุคคลกลืนแก้วทิพย์ไว้ในท้อง ถ้าไปสถานที่ใด ถึงเวลาค่ำมืดก็เล็ดลอดสว่างไปด้วยรัศมีแก้ว ถ้าจะคิดการสิ่งใดก็รู้จักทีหนักทีเบาทีเสียทีได้ยักย้ายถ่ายเทมิให้ผู้ใดล่วงรู้ถึง จึงจะนับว่ามีสติปัญญาลึกซึ้ง” ดังที่ผมได้เกริ่นไว้ตอนต้น

แล้วโจโฉก็พูดประโยคที่ทำให้เล่าปี่สะดุ้งสุดตัวว่า “ทุกวันนี้เราเห็นผู้มีสติปัญญานั้นสิ้นแล้ว มีอยู่แต่ท่านกับเราเท่านั้น” เท่านี้เองเล่าปี่นึกไม่ถึงว่าจะถูกพูดใส่ตรงๆแบบนี้ก็สะดุ้งตกใจจนตะเกียบหลุดจากมือ แต่เคราะห์ยังดีที่ขณะนั้นฟ้าได้ร้องดังขึ้น เล่าปี่จึงรีบเอามือปิดหูไว้ พอโจโฉเห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่นแล้วถามว่า เหตุใดเกิดเป็นชายถึงกลัวเสียงฟ้าร้อง เล่าปี่ก็ตอบว่า โบราณท่านว่าไว้ว่า ถ้าฟ้าคำรามให้ระวังตัวให้จงหนัก พอโจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะและคิดเลิกระแวงเล่าปี่ และคิดว่าเล่าปี่ขี้ขลาด คงไม่สามารถคิดการใหญ่ไปได้ตลอด เล่าปี่จึงรอดเงื้อมมือจากโจโฉมาได้ในครั้งนั้นเอง

ทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะคิดเหมือนผมว่า ในวันนั้นวันที่มังกรสำแดงฤทธิ์นั้น มังกรไม่ได้สำแดงฤทธิ์ให้โจโฉแต่กลับสำแดงให้แก่เล่าปี่ เพราะเป็นคนเล็กรู้ใหญ่ ไม่คุยฟุ้งโอ้อวดตนเอง เหมือนมังกรยามต้องเล็กก็ทำตัวให้เล็ก เมื่อถึงคราวใหญ่ค่อยผงาดขึ้นมาให้ลือนาม ถ้าจะเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุ้น ก็คงจะสามารถเปรียบได้ดังที่ว่า บางครั้งเราๆท่านๆอาจเคยเห็นนักลงทุนรายใหญ่บางคนคิดว่าตนมีเงินมากแล้ว และเห็นว่าหุ้นตัวหนึ่งน่าสนใจ ก็ไล่ซื้อยกแถวโครมๆ ฝั่ง Offer จะมีกี่หุ้นไม่สนใจ ขอไล่ซื้ออย่างเดียว ราคาหุ้นก็ขยับขึ้นไปๆ ทีนี้เจ้าของเขาก็นั่งดูหุ้นของตัวเองอยู่เหมือนกัน พอเขาเห็นแบบนั้นเขาก็คิดว่าอ้อ นี่มาท้าทายกันเหรอ บางทีเขาก็แกล้งไล่ซื้อต่อไปอีกหน่อยให้ราคาหุ้นมันสูงอีกนิด เพื่อให้รายใหญ่นั้นตายใจ และแมงเม่าก็เริ่มบินเข้ามาในกองไฟเพิ่มขึ้น โดยที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับราคาหุ้นมีคนเคาะซื้อฝั่ง Offer เรื่อยๆ แต่ฉับพลันการเทขายฝั่ง Bid ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง เจ้าของเขาเริ่มทิ้งหุ้นที่เขามีลงมาอย่างหนัก ราคาหุ้นที่กำลังวิ่งสีเขียวสวยๆกลับกลายเป็นแท่งแดงยาวๆหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ทีนี้ทุกคนที่ไล่ซื้อก็ขาดทุนกันหมด แต่เจ้าของเขาไม่ได้ขาดทุนไปกับพวกคุณด้วย เพราะหุ้นส่วนใหญ่ยังไงก็ยังอยู่ในมือเขา เขาก็จะรอเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทำการซื้อหุ้นกลับในขณะที่นักลงทุนรายเล็กรายใหญ่พากันตกใจทิ้งกันโครมคราม แล้วหุ้นก็วิ่งกลับไปหน้าตาเฉย พวกที่ขายทิ้งไปก็มานั่งนึกเสียดายถึงความเสียหายทั้ง 2 เด้งกันโดยเป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันจบสิ้น

แต่นักลงทุนบางคนถึงแม้มีเงินมาก ก็จะไม่โอ้อวดแสดงความมั่งมีให้ใครเห็น เขามักจะรอจังหวะซื้อหุ้นตามเจ้าของ ค่อยๆเก็บหุ้นอย่างใจเย็น ไม่ไปไล่ซื้อทีละยกแถว แบบนี้เจ้าของเขาก็ไม่ว่า เพราะการตอดเล็กตอดน้อยก็เหมือนปลาซิวปลาสร้อยในสายตาของเจ้าของหุ้น เขามักไม่ค่อยสนใจ แล้วพอเขาลากหุ้นขึ้น ปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้ก็มักจะได้ผลกำไรติดไม้ติดมือไปด้วยเสมอ ไว้เมื่ออยากใหญ่จริงๆก็สร้างบริษัทขึ้นมาให้ได้แล้วจดทะเบียนเข้าตลาดฯสิครับ วันนั้นใครก็ไม่ใหญ่เท่ากับเจ้าของกิจการได้อย่างแน่นอน เชื่อสิ!!!

ด้วยความปรารถนาดี

v Srivarathanabul

พิมาดา วีร์ / Pimada V. Deputy-Editor editor@dooqo.com Call: 083 3345353 ----------------------------------- DooQo.com "LUXURY LIFESTYLE INVESTMENT" Dooqo.com เป็นสื่อไลฟ์สไตล์และการลงทุน ในเครือ Hi-Class Media Group

You may also like...