ลงทุนอย่างคุ้มค่า ใช้ทรัพยากรให้ถูกต้องตามฤดูกาล

vvisgarlic-sm

นอกเหนือการทำงานและการลงทุนของตัวเอง ดิฉันถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการลงทุนและการทำมาหากินให้กับลูกๆมาตั้งแต่ยังเล็ก เพราะที่โรงเรียนไม่มีใครสอน  โดยสอนให้เด็กรู้จักการลงทุนแบบต่างๆ ทั้งประเภทที่ความเสี่ยงน้อยแต่ผลตอบแทนต่ำอย่างเช่น เงินฝาก ประกันชีวิต สลากออมสิน รวมถึงประเภทที่ความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนสูงก็คือการซื้อหุ้น และแบ่งเงินให้เด็กเลือกลงทุนจริง ฝึกให้วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจอย่างง่ายๆ แบบที่ใช้ข้อมูลพื้นฐานและสามัญสำนึกในการตัดสินใจ ซึ่งเด็กทั่วไปก็คงทำได้ไม่ยาก เพราะไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์

ลูกชายของดิฉันเลือกลงทุนในหุ้น INTUCH เพราะเห็นว่าโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ ธุรกิจนี้น่าจะเติบโตมั่นคงดี ส่วนลูกสาวนั้นชอบหุ้น BTS เพราะแกนั่งรถไฟฟ้าทุกวัน เห็นว่าคนแน่นมาก จึงคิดว่า เลือกหุ้นรถไฟฟ้าน่าจะมีกำไร คนยิ่งขึ้นเยอะก็คงได้สตางค์มาก

dq

แม้จะชอบเรื่องเงินๆทองๆ และการลงทุน แต่งานอดิเรกของครอบครัวเราในยามว่างจะเน้นหนักไปทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ แฟชั่น การแสดง การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ศิลปะการทำอาหาร  ดิฉันกับลูกสาวมีความสนใจตรงกันในเรื่องแฟชั่นและงานออกแบบ เรามักใช้เวลาด้วยกันในการไปเที่ยวดูข้าวของสวยงาม และวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าแฟชั่นและผลิตภัณฑ์งานออกแบบที่น่าสนใจตามตลาดต่างๆเสมอ เราเดินตั้งแต่ห้างที่ขายของชิ้นงามๆราคาสูงไปจนถึงตลาดขายส่งที่คนซื้อสินค้ากันทีละเป็นกระสอบๆ เพื่อให้ได้ปริมาณมากในราคาต่ำสุด เบียดเสียดเยียดยัดกับผู้คนจนเหงื่อไหลไคลย้อย ลูกสาววัยรุ่นตื่นเต้นมากกับข้าวของราคาถูกจำนวนมหาศาลในตลาดค้าส่ง แกถามว่า ทำไมบางครั้งแม่จึงยอมซื้อของแพงตามห้างหรู ทั้งที่รู้จักแหล่งของถูกมากมาย

“แม่เป็นคนสอนเองไม่ใช่หรือว่า คนรวยต้องรู้จักใช้เงิน ควรประหยัดด้วยการซื้อของดีราคาถูก และกินของตามฤดูกาล เพราะมีของดีให้เลือกมากและราคาไม่แพง”

ดิฉันตอบลูกว่า

“ถูกแล้วลูก ถ้าเราอยากประหยัด ได้ของดีราคาถูก การเลือกบริโภคทรัพยากรตามฤดูกาลนั้นดีที่สุด ไม่ใช่แค่ผักผลไม้หรือสินค้าเท่านั้นที่มีค่าสูงต่ำต่างกันในแต่ละฤดูกาล อย่าลืมว่า ชีวิตคนเราก็มีฤดูกาลด้วยเช่นกัน และการใช้ทรัพยากรภายในตัวเราเองให้เหมาะสมกับฤดูกาลของชีวิตก็สำคัญ

ในวัยรุ่น เรามีเวลามาก แรงมาก เงินน้อย เราสามารถใช้แรงได้เต็มที่ ไม่ต้องเสียดาย เวลาของเราก็มีต้นทุนไม่มาก ในขณะที่เราต้องประหยัดเงินเพราะเรามีน้อยหรือไม่มีเงินเลย

พอเราแก่ตัวลง แรงกับเวลาเรามีเหลือน้อยลง แต่หากเราได้ผ่านการฝึกฝนมามาก มีประสบการณ์มาก จนทำให้เราเก่งขึ้น ค่าตัวและค่าเวลาเราแพงขึ้น ประกอบกับเงินทองที่เราก็ควรจะมีมากขึ้นกว่าตอนเป็นเด็ก ซึ่งถ้าประเมินแล้ว การลงทุนใดที่เห็นว่าใช้เงินคุ้มกว่าใช้เวลาที่มีต้นทุนสูงของเราแน่ๆ เราก็ควรใช้เงินแทนการลงแรงหรือการเสียเวลา”

dq2

วิธีคิดเช่นนี้ ก็เปรียบได้กับการเลือกใช้เลือกกินของตามฤดูกาล ช่วงไหนมีอะไรมาก มูลค่าไม่แพง คุณภาพสูง
เราก็ใช้สิ่งนั้นได้มาก ช่วงไหนมีอะไรน้อย มูลค่าแพง การใช้ต้องระมัดระวัง เราก็ใช้ให้น้อย ใช้อย่างทนุถนอมและประหยัด นี่คือหลักการขั้นต้นในการบริหารจัดการต้นทุนและทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ ใช้อย่างประหยัดที่สุด

ความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘ประหยัด’ ไม่ได้แปลว่า ขี้เหนียว ไม่ใช้จ่าย แต่หมายถึงการใช้อย่างคุ้มค่า
โดยพิจารณาให้เห็นความจริงว่า เงินเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เรามีความสุข เราต้องไม่ลืม และเผลอเปลี่ยนให้เงินมากลายเป็นสิ่งที่เรามีความทุกข์

ในทางกลับกัน หากตอนเป็นเด็กเราขี้เกียจ ไม่ยอมเสียแรงเสียเวลาซึ่งเรามีมากมายมหาศาล แต่หันมาใช้จ่ายเงินที่มีน้อยนิดเพื่อซื้อความสบาย เพราะเราขี้เกียจ เราก็เป็นทุกข์ เพราะเงินน้อย นอกจากจะซื้ออะไรไม่ได้มากแล้ว พอเงินหมดเราก็ลำบาก แทนที่จะทำงานหาเงินอย่างสนุก ก็ต้องทำงานเพราะใช้หนี้ พูดง่ายๆก็คือเป็นทาสของเงิน

เช่นเดียวกัน พอตอนที่เราแก่ มีเงินมีทองพอใช้จ่าย หากเราไม่ยอมใช้เงินแลกความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตหรืออำนวยความสะดวกในการทำงาน แต่กลับทนยักแย่ยักยันทรมานสังขาร เพียงเพราะความขี้เหนียว เสียดายไม่ยอมใช้เงิน สังขารที่ร่วงโรยลงแล้วของเราก็จะทรุดโทรมเร็วขึ้น และความทรุดโทรมของสังขารนี้ ก็เป็นสิ่งที่เงินซื้อคืนกลับมาไม่ค่อยจะได้เสียด้วย

โทษของการทรมานสังขารไม่ยอมใช้ทรัพยากรตามฤดูกาล หรือการไม่ใช้เงินในเวลาที่ควรใช้ก็มีมาก กล่าวคือ ด้วยวัยที่มากขึ้น เรี่ยวแรงที่น้อยลง ย่อมลดทอนประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่างๆ โดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เฉียบคมขึ้นคือสติปัญญาและประสบการณ์ ในยามที่เราแรงน้อย เวลาน้อย แต่รู้มากขึ้น มีเงินมากขึ้น เราต้องหาเงินด้วยความรู้และเงิน ไม่ควรดันทุรังขายแรงฝืนสังขาร

การใช้เงินซื้อความสุขสบาย หรืออำนวยความสะดวกกับการทำงาน ในวัยที่เราเติบโตหรือสูงวัยขึ้นไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นความจำเป็น เพราะเราต้องถนอมชีวิตจิตใจและร่างกาย ใช้อย่างประหยัด เพื่อให้อยู่อย่างมีความสุข

การใช้ชีวิตอย่างประหยัดไม่ใช่การใช้เงินให้น้อยที่สุด แต่หมายถึงการแสวงหาความคุ้มค่าให้ได้มากที่สุดกับทุกการลงทุนในชีวิต ไม่ว่าจะด้วยแรงงาน สติปัญญา เวลา หรือ เงิน โดยไม่ลืมว่า เป้าหมายสูงสุดคือความสุขและความพอใจที่แท้จริง เพราะไม่ว่าเราจะแสวงหาอะไรได้มากแค่ไหนก็ตาม หากปราศจากความสุขเสียแล้ว ชีวิตเราก็เจ๊ง…เท่านั้นเอง

You may also like...