RMF คืออะไร สามารถลดหย่อนภาษีได้อย่างไร

vvis

“กองทุน RMF” กันบ้าง ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่นอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปีลงได้แล้ว ยังช่วยให้คุณมีเงินพอใช้อย่างสุขสบายในช่วงบั้นปลายชีวิตได้อีกด้วย

RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” หรือเรียกในชื่อไทยว่า “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนรวมประเภทที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ซึ่งจะคล้ายๆ กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ของภาคเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) (Government Pesion Fund) ของข้าราชการ

สิ่งที่ถือว่าเป็นที่น่าสนใจสำหรับกองทุนรวม RMF ก็คือ ได้รับการสนับสนุนจากทางการเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อจูงใจให้ผู้สนใจลงทุนมีการเก็บออมในระยะยาวสำหรับชีวิตหลังเกษียณ แต่ผู้ลงทุนก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนต่างๆ จึงจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้น

 

RMF เหมาะกับใคร

กองทุน RMF เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…

  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งไม่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณมารองรับลูกจ้างที่นายจ้างยังไม่พร้อมที่จะจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถสะสมเงินลงทุนเพื่อวัยเกษียณได้
  • ลูกจ้างหรือข้าราชการที่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณอยู่แล้ว แต่ต้องการจะออมเพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มวงเงิน 500,000 บาท ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริม

 

RMF มีนโยบายการลงทุนอย่างไร

เนื่องจากการลงทุนในกองทุน RMF มีระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน

จึงทำให้มีโอกาสได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและภาวะการลงทุนในแต่ละช่วงได้ ดังนั้น เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนให้สอดคล้องกับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนและสภาพตลาดในแต่ละช่วงเวลา กองทุน RMF จึงมีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายเหมือนกองทุนรวมทั่วไป ตั้งแต่กองทุนที่มีระดับความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุน RMF ที่ลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทุนที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง เช่น กองทุน RMF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน ไปจนถึงกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูง เช่น กองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

 

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุน RMF ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด และความต้องการในแต่ละช่วงเวลาได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขายหน่วยลงทุน เช่น ตอนแรกผู้ลงทุนอาจซื้อเป็นกองทุน RMF ที่ลงทุนในพันธบัตร ซึ่งเสี่ยงน้อย แต่ผลตอบแทนก็น้อย พอปีถัดมาคิดว่าหุ้นน่าจะขึ้น ผู้ลงทุนก็สามารถสลับเงินลงทุนไปยังกองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้นได้ เป็นต้น

RMF ต่างจากกองทุนทั่วไปอย่างไร

  • หากลงทุนครบตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ไม่สามารถโอน จำนำ หรือนำหน่วยลงทุนไปเป็นหลักประกันได้
  • ไม่มีการจ่ายเงินปันผล

 

 เงื่อนไขของ RMF

เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนใน RMF มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • เริ่มลงทุนแล้ว ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยซื้อหน่วยลงทุนของ RMF ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง
  • ลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในแต่ละปี หรือ 5,000 บาท แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า
  • ต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน (ยกเว้นปีใดที่ไม่มีเงินได้ก็ไม่ต้องลงทุน)
  • การขายคืนหน่วยลงทุนทำได้เมื่อผู้ลงทุนอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (การนับ 5 ปี ให้นับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น กล่าวคือ ปีใดไม่ลงทุน จะไม่นับว่ามีอายุการลงทุนในปีนั้นๆ)

 

สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ RMF

หากปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนใน RMF จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ทางด้วยกัน คือ…

  • เงินลงทุนในกองทุน RMF สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น และเมื่อรวมเข้ากับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่ผู้ลงทุนมีอยู่
    จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนี้ ให้นับตามเวลาแบบวันชนวัน ตั้งแต่วันแรกที่
    ได้เริ่มลงทุน
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ หากมีการลงทุนเกิน 15% ของเงินได้ หรือเกิน 500,000 บาท เมื่อขายคืนหน่วยลงทุนแล้วมีกำไร ผู้ลงทุนจะต้องนำกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) นับเฉพาะเงินลงทุนส่วนที่เกิน ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

 

ข้อควรระวังเพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขของ RMF

  • ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน ทั้งที่ยังคงมีรายได้
  • ลงทุนขั้นต่ำไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  • ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่ผู้ลงทุนจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  • ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะมีการลงทุนครบ 5 ปี

     ทั้งนี้ หากเป็นไปตามข้อใดข้อหนึ่ง ก็ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ยกเว้น กรณีที่ผู้ลงทุนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ จึงจะไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน

 

ถ้าผิดเงื่อนไข RMF ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป และต้องดำเนินการดังนี้

1. กรณีที่ลงทุนไม่ถึง 5 ปี และมีการผิดเงื่อนไข

  • ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (นับตามปีปฏิทิน)
  • เมื่อขายคืนหน่วยลงทุน ต้องนำกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ไปรวมเป็นเงินได้ในปีที่ขายคืน
    เพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติ เมื่อผู้ลงทุนขายคืน บลจ. จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนไว้ก่อน และเมื่อผู้ลงทุนไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ ก็จะคำนวณอีกครั้งว่าจะต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างไร

 

2. กรณีที่ลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และมีการผิดเงื่อนไข

  • ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (นับตามปีปฏิทิน)
  • การชำระภาษีตาม 1. และ 2. ต้องชำระภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ผิดเงื่อนไข และ/หรือ ขายคืนหน่วยลงทุน มิฉะนั้นต้องจ่ายเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีก

 

 

เตรียมพร้อมก่อนลงทุนกับ RMF

ตอบตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า ต้องการออมเพื่อวัยเกษียณ มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมที่จะลงทุนในระยะยาว

  • รู้จักตัวเอง… รู้ว่ามีเป้าหมายการลงทุนเป็นแบบใด สามารถออมเงินได้มากน้อยเพียงไร และยอมรับ
    ความเสี่ยงในการลงทุนได้ขนาดไหน
  • รู้จักผลิตภัณฑ์… รู้ว่านโยบายการลงทุนของ RMF ที่สนใจจะลงทุนเป็นอย่างไร เช่น มีความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง หรือสูง
  • พิจารณาผลงานของบริษัท คุณภาพในการให้บริการ รวมทั้งการคิดค่าธรรมเนียมจัดการและค่าใช้จ่ายต่างๆ
  • เลือกลงทุนใน RMF ที่เหมาะสมกับตัวคุณ ทั้งนี้ อย่าลืมใช้หลักการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนที่ว่า“อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” ประกอบการลงทุนด้วยหากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้… RMF ก็น่าจะเป็นทางเลือกการลงทุนที่ดีที่จะนำพาคุณไปสู่ความมั่งคั่งและสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินเพื่อเกษียณอายุได้

 

ที่มา: http://www.tsi-thailand.org

You may also like...