เก็บออมเพื่อสิ่งที่เราอยากได้อยากมี และสิ่งที่เราไม่อยากได้ ไม่อยากมี

feature05

ในการวางแผนการเงินของเราแต่ละคนนั้น แม้จะพูดเหมือนๆกันว่า มีเป้าหมายอยู่ที่อิสรภาพทางการเงินหรือมีความร่ำรวย แต่น้อยคนนักที่จะมองลึกลงไปในรายละเอียด หรือมองไกลไปสุดสายตาถึงวันสุดท้ายของชีวิต คนส่วนมากจะวางแผนชีวิตแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ สามถึงสี่ช่วง ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกัน คือ

คนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ มีเงินเดือนก้อนแรกๆ มีงานที่ท้าทาย มักมองอนาคตไปถึงตอนที่ตัวเองมีบ้าน มีรถ มีเงินพอซื้อสิ่งที่อยากได้ อิสรภาพของคนวัยนี้ โดยมากคือการได้หลุดพ้นมาจากภาวะพึ่งพิงครอบครัว มาสู่การพึ่งพาตัวเองได้ โดยยังไม่ต้องมีภาระอะไรมากมายนัก

พอเริ่มทำงานไปสักพัก เข้าสู่วัยที่มีคู่ครอง คิดสร้างครอบครัว โดยมากก็จะคิดถึงการมีความมั่นคงในชีวิต มีบ้านหลังใหญ่ มีงานที่มั่นคงและมีเกียรติ มีผลตอบแทนสูงพอที่จะสามารถที่จะเลี้ยงดูสมาชิกของครอบครัวใหม่ที่สร้างขึ้นให้อยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุขได้ รายจ่ายในชีวิตของคนวัยนี้ จะมีภาระเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การเลี้ยงดู และการศึกษาของลูกค่อนข้างมาก เมื่อพูดถึงอิสรภาพทางการเงินของคนมีลูก ส่วนใหญ่ก็จะคิดแค่ว่า ขอให้มีเงินพอส่งเสียลูกหลานให้ได้เรียนจนจบปริญญาเอกสบายๆ ตัวเองมีเงินพอใช้ มีเงินเก็บ และมีทรัพย์สินพอเป็นมรดกให้ลูกได้เป็นทุนรอนตั้งตัว ก็เยี่ยมแล้ว

หลังจากทำงานส่งเสียลูกจนเรียนจบ มีงานมีการทำเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็เข้าสู่วัยกลางคน หรือวัยใกล้เกษียณ ซึ่งโดยมากก็ยังทำงานหาเลี้ยงชีพกันต่อไปจนถึงวัยเกษียณ หากไม่ early retire บางคนทำงานต่อ เพราะชอบทำงาน บางคนทำงานเพราะความจำเป็นในชีวิตบังคับให้ต้องอดทนทำ หยุดไม่ได้ บ้างก็ยังมีหนี้สินที่ยังต้องชดใช้ และบ้างก็ทำเพื่อเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ หรือเพราะหลายคนอาจไม่มีการลงทุนที่วางใจได้ว่าให้ผลตอบแทนมากพอจริงๆสำหรับชีวิตที่ไม่ต้องทำงาน หรือยังไม่มีหลักประกันที่มั่นคงสำหรับอนาคตท่ามกลางคนหมู่คนทำงานส่วนใหญ่นั้น หากยังมีเรี่ยวแรง ก็มักจะเชื่อมั่นว่า ตัวเองน่าจะทำงานไปได้จนถึงวันที่มีเงินทองมากมาย พร้อมที่จะทุ่มเททำงานหนัก เพื่อการมีชีวิตที่สุขสบายในบั้นปลาย คงมีน้อยคนที่จะคิดถึงวันที่ไม่อยากทำงาน ทำงานไม่ได้ เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในชีวิต ที่อาจทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นภาระของคนอื่น

น้อยคนที่จะวางแผนยาวไกลไปจนถึงวันที่ตัวเองกลายเป็นคนชรา กลายเป็นคนป่วย เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ไม่มีใครอยากวาดภาพร้ายๆของตัวเองเอาไว้ล่วงหน้า หรือวางแผนเป็นรูปธรรมว่า เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆจะทำอย่างไร ทั้งที่ความแก่ เจ็บ ตาย ต่างก็ต้องมาถึงเราทุกคนในสักวันหนึ่งทั้งสิ้น

การวางแผนการเงินที่รอบคอบสำหรับอนาคตอย่างแท้จริง จึงมิได้หมายถึงแค่การมีเงินมากพอสำหรับตอบสนองในสิ่งที่เราอยากได้ อยากมี อยากเป็น  เท่านั้น หากแต่ต้องพอสำหรับรับมือกับสิ่งที่เราไม่อยากได้ ไม่อยากมี และไม่อยากเป็นด้วย ซึ่งสิ่งที่เราไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นนั้น ก็เช่น เคราะห์ร้าย อุบัติเหตุ การประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคภัยไข้เจ็บ ความชรา ความทรุดโทรมของสังขาร ความพิการ ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตนเอง หรือแม้แต่การเป็นบุคคลต้องโดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร ฯลฯ เพราะไม่มีใครรู้ว่า วันหนึ่งครอบครัวหรือลูกหลานที่เราหวังจะฝากฝีฝากไข้ อาจล้มหายตายจากไปก่อนเรา ทั้งครอบครัวอาจจะเหลือเราอยู่คนเดียวเป็นคนสุดท้าย ถึงวัยแก่ชราป่วยไข้ เราอาจไม่มีใครให้พึ่งพิงดูแล ถึงวันนั้นจะทำอย่างไร เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุดของชีวิตคนเราคือความไม่แน่นอน

การพิจารณาอนาคตในระยะยาวอย่างที่เป็นจริง โดยปราศจากอคติ ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้ายหรือเป็นความวิตกจริต เพื่อการวางแผนการเงินด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล และละเอียดรอบคอบ จึงต้องไม่หลงลืมที่จะต้องมองให้เห็นถึงความเป็นจริงและความจำเป็นในทุกช่วงของชีวิต

การคิดถึงสารพัดความเป็นไปได้ของชีวิตล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เรายังมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ จะช่วยให้การวางแผนการเงินของเรามีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นสูง รับมือกับความเสี่ยงได้มากและหลากหลาย ทำให้เรามีความมั่นคงปลอดภัย และตอบโจทย์ของทุกช่วงชีวิตได้อย่างแท้จริง

ภาพประกอบจากนิทรรศการ “ความจริงที่เหนือกว่าความงาม” โดยศิลปิน : ชัยรัตน์ แสงทอง 
ที่มา: http://www.artbangkok.com

You may also like...