สัญชาตญาณ…เจ็บแต่จริง

money-growsfaeture012

BASIC INSTINCT

โดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์ จะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘สัญชาตญาณ’ ซึ่งแปลว่า ‘ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้มีความรู้สึกและกระทำได้เองโดยไม่ต้องมีใครสั่งสอน’ เช่น สัญชาตญาณในการกิน สัญชาตญาณในการสืบพันธุ์ ความรัก ความใคร่ ความเกลียด ความกลัว  สัญชาตญาณในการต่อสู้ การป้องกันตัว สัญชาตญาณในการแข่งขัน และสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด

มนุษย์อาจจะไม่สามารถควบคุมแรงกระตุ้นจากสัญชาตญาณบางอย่างได้ ซึ่งจะเป็นเหตุให้กระทำสิ่งที่ตนต้องการกระทำ บางสิ่งอาจเป็นเรื่องที่อยู่เหนือเหตุผล บางสิ่งอาจทะลุกรอบของกฎหมายหรือศีลธรรม

แม้สัญชาตญาณจะเป็นสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะมีระดับสัญชาตญาณในทุกเรื่องเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกัน

เป็นที่เชื่อกันว่า นักลงทุนหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คือบุคคลที่มีสัญชาตญาณทางการลงทุน หรือมีสัญชาตญาณทางธุรกิจเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป กล่าวคือบุคคลเหล่านี้ เป็นผู้ที่มีความรู้โดยธรรมชาติว่า จะต้องทำอย่างไรจึงได้กำไรหรือได้เปรียบคนอื่นอยู่เสมอ

พูดแบบนี้ก็อาจจะทำให้ใครก็ตามที่มีสัญชาตญาณที่ดีเยี่ยมในการลงทุนหรือในการทำธุรกิจถูกมองว่า เป็นคนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดูเหมือนเป็นพวกที่ถนัดจะเอาเปรียบคนอื่น ไม่น่าอยู่ใกล้ ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย แต่ความจริงแล้ว ในสังคมของมนุษย์นั้น ถึงจะไม่มีใครชอบโดนเอาเปรียบ มิหนำซ้ำยังอยากได้เปรียบคนอื่นอยู่เสมอ และหลายคนก็พร้อมจะขี้โกงทันทีเมื่อมีโอกาส แต่คนส่วนใหญ่กลับยินยอมพร้อมใจที่จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างง่ายๆในหลายสถานการณ์ ด้วยเหตุผลจากสัญชาตญาณที่ควบคุมไม่ได้ของตนเองทั้งสิ้น เช่น ความกลัว ความโลภ ความขี้เกียจ รวมไปถึงความรัก ความใคร่ ที่ทำให้เกิดอคติที่ใหญ่โตมาครอบงำความคิด นำมาสู่การตัดสินใจที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล จนจบลงด้วยการเสียเปรียบในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเสมอ

และด้วยความที่สสารไม่สูญหายไปจากโลก การเสียเปรียบของใครคนหนึ่ง จึงอาจกลายเป็นความได้เปรียบของใครคนหนึ่งในขณะเดียวกัน ดังนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจกล่าวโทษใครได้ หากไก่หรือหมูที่เราเลี้ยงไว้ วิ่งทะลุกรงขังหรือคอกของบ้านเราไปกระโดดลงหม้อแกงในครัวบ้านคนอื่นที่เขาเปิดประตูอ้าซ่ารอรับไว้ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่เหนือกว่าเรา

ในโลกของธุรกิจหรือการลงทุนก็เช่นเดียวกัน อาจมีทั้งเรื่องดีและร้ายเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นจากสัญชาตญาณ เช่น เมื่อมีใครคนหนึ่งขี้เกียจเดิน ก็จะมีคนบางคนที่คอยจ้องและพร้อมจะหาประโยชน์จากความขี้เกียจ ด้วยการเสนอบริการยานพาหนะ อันนี้เป็นเรื่องดี เมื่อมีใครคนหนึ่งหิว  ก็จะมีคนเสนอขายอาหาร อันนี้ก็ยังเป็นเรื่องดี แต่ที่น่ากลัวก็คือ เมื่อมีใครคนหนึ่งเกิดความโลภ จนขาดสติปัญญาในการคิดวิเคราะห์  ในขณะที่ใครคนหนึ่งกำลังมองเห็นช่องทางหาประโยชน์จากความโลภนั้น ด้วยล่อลวงให้เขาทำในสิ่งที่ผิด หรือเมื่อมีใครคนหนึ่งถูกทำให้กลัวจนแทบสิ้นสติ โดยมีใครอีกคนหนึ่งพยายามใช้ความกลัวนั้นมาเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์หรือควบคุมการตัดสินใจของเขา เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องของสัญชาตญาณทั้งสิ้น

ด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม นอกเหนือจากสัญชาตญาณที่ทำให้ยอมเสียเปรียบอะไรได้อย่างง่ายๆแล้ว ยังมีสัญชาตญาณที่ชอบทำอะไรเป็นหมู่คณะ จึงมีคำว่า อุปาทานหมู่ เวลาเกิดเหตุแตกตื่นอะไรก็แห่ตามกันไปจนสามารถเหยียบกันตายได้ เช่น เห็นร้านไหนมีคนรอเข้าคิวซื้อเยอะๆก็อยากไปเข้าคิวซื้อด้วย เห็นคนมุงดูอะไรกันเป็นกลุ่มใหญ่กลางถนนก็อยากจะตามไปดูด้วย มีใครตื่นตกใจวิ่งหนีอะไรก็หลับหูหลับตาวิ่งหนีตามเขาไปได้โดยไม่ทันต้องถามไถ่ว่าหนีอะไรมา เห็นของแจกฟรีในห้างมีคนเยอะๆยื้อแย่งของก็อยากไปแย่งรับแจกกับเขาด้วยทั้งที่เอามาก็ไม่รู้จะใช้ทำอะไร ได้ยินใครลือกันว่าแผ่นดินจะไหวน้ำจะท่วม ใครมีที่ดินบนเกาะหรือริมชายหาดให้รีบขายทิ้งหอบเงินไปซื้อที่ดินตามโคกตามเขาก็ซื้อตามกันใหญ่ จนที่ดินในบางทำเลแพงเว่อร์ยิ่งกว่าทอง

นิสัยชอบแห่ตามกันนี้ จะว่าโง่ก็คงไม่ใช่ แต่คงเป็นสัญชาตญาณหมู่ดุจเดียวกับปลาเล็กปลาน้อยนับล้านที่พร้อมใจกันว่ายเข้าไปให้ปลาใหญ่จับกินพร้อมเพรียงกันเป็นหมู่คณะโดยไม่มีตัวใดเอะใจหรือกล้าแตกฝูงไปเพื่อเอาชีวิตรอดนั่นเอง

ในโลกธุรกิจและการลงทุนจึงมักมีผู้ชนะน้อยกว่าผู้แพ้เสมอ เพราะคนส่วนใหญ่มักยินยอมให้ผู้อื่นได้เปรียบ หรือยอมตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างเต็มใจ หรืออาจไม่เต็มใจมากแต่ก็สบายใจดี เช่น คนที่ยอมซื้อน้ำหวานรสชาต้นทุนขวดละสองสามบาทในราคาขวดละยี่สิบบาท ซึ่งเป็นผลจากความอ่อนด้อยทักษะในการควบคุมสัญชาตญาณตามธรรมชาติของตน มีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ผู้ต้องการหาประโยชน์สร้างขึ้นอย่างฉับไว โดยปราศจากภูมิต้านทาน เช่น

  • มักถูกล่อให้อยากได้ เช่น ถูกหลอกให้ซื้อสินค้า บริการบางอย่าง หรือซื้อหุ้น ที่ไม่ควรซื้อ
  • มักถูกหลอกให้กลัว เช่น ถูกหลอกให้เทขายสินทรัพย์ในราคาต่ำด้วยการปล่อยข่าวร้าย ถูกหลอกให้ซื้อสินค้าหรือบริการในราคาแพงเกินจริงเพราะกลัวว่าจะขาดตลาด
  • มักถูกลวงให้หลง เช่น  มีการปล่อยข่าวลวงเพื่อชี้นำนักลงทุนในตลาดให้เบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง จนพลาดการตัดสินใจ
  • มักถูกกดดันให้เร่งรีบ เช่น แม่บ้านที่ต้องตัดสินใจซื้อสินค้าราคาถูกจำนวนมากๆ เพราะกลัวจะคูปองจะหมดอายุ ทั้งที่ความจริง เดือนหน้าก็มีคูปองมาให้ใช้ลดราคาได้อีกเรื่อยๆ
  • มักถูกท้าท้ายให้แข่งขัน  เช่น เด็กแว้นที่ออกไปขี่รถแข่งกันโดยมีรางวัลเป็นความเดือดร้อนของตนเองและผู้อื่น หรือการประมูล ที่มีชัยชนะเป็นการที่ยอมต้องเสียเงินเยอะกว่าคนอื่น

กล่าวได้ว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจและการลงทุนทั้งหลาย หรือผู้ที่จัดว่ามีสัญชาตญาณด้านการลงทุนที่ดี มักจะมีความรู้ติดตัวมาโดยธรรมชาติที่เหมือนๆกันอยู่สองอย่างคือ

  • ความรู้ความเข้าใจในสัญชาตญาณของผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง
  • ความรู้ที่จะควบคุมสัญชาตญาณของตัวเอง

ความรู้สองอย่างนี้เอง ทำให้เขาเหล่านี้อยู่เหนือสถานการณ์ กลายเป็น ‘คนเหนือคน’ สามารถหาประโยชน์จากคนด้วยกันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และที่สำคัญคือ มีแนวโน้มสูงมากที่สัญชาตญาณพิเศษของ ‘คนเหนือคน’ ที่ทำให้เขามักประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น จะมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูกหลาน ไม่ว่าจะโดยสายเลือดหรือด้วยการหล่อหลอมจากสิ่งแวดล้อมเดียวกันก็ตามที

เราจึงเห็นว่า ลูกหลานคนรวย ก็มักจะบังเอิญสืบทอดความร่ำรวยต่อจากรุ่นบรรพบุรุษกลายเป็นคนรวยรุ่นใหม่ๆตามกันมา ส่วนลูกหลานคนจนจำนวนมาก ก็มักจะบังเอิญสืบทอดความยากจนต่อเนื่องกันไปหลายชั่วโคตรเช่นเดียวกัน

เรื่องนี้…รู้แล้วเจ็บเป็นบ้า

แต่ที่เจ็บกว่านั้นก็คือ มันอาจจะเป็นเรื่องจริง

———————–

ที่มา : คอลัมน์ MONEY GROWS จากนิตยสาร ESQUIRE ฉบับกันยายน 2557

You may also like...