โลกใบใหญ่ / โลกใบเล็ก

money-growsbig-world

ก็อย่างที่เคยเกริ่นๆกันไปแล้วว่า การมีชีวิตอยู่ในโลกของเราทุกวันนี้ มีระดับของเรื่องราวที่เราต้องเก็บมาคิดมากน้อย ขึ้นอยู่กับขอบเขตชีวิตที่เราใส่ใจ ถ้ามองแค่โลกใบเล็กๆ ในสังคมใกล้ตัว อย่างเช่นที่บ้าน ที่ทำงาน เพื่อนฝูง ย่อมมีเรื่องคิดน้อยกว่าการมองโลกในขอบเขตที่กว้างขึ้น

ขณะที่เรากำลังชั่งใจคิดว่าจะเลือกใช้บัตรเครดิตใบไหนดี เพื่อให้ได้ส่วนลดที่พิเศษกว่ากันในการซื้อเสื้อสักตัวหนึ่ง คิดว่าจะเลือกออมเงินกับแบงค์ไหนดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่ากันสักครึ่งเปอร์เซ็นต์ รอเงินเดือนขึ้น บ้างก็พยายามหาช่องทางร้อยแปดในการใช้จ่ายตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงวันหยุดยาว เพื่อให้ได้เงินคืนภาษีเยอะที่สุด เพื่อจะมีความสุขที่ได้ชัยชนะเล็กๆน้อยๆ จากการแข่งขันในโลกใบเล็ก ภูมิใจกับความฉลาดที่ตัวเองเป็นผู้ได้เปรียบทำให้ ‘รวยขึ้น’ นิดๆหน่อยๆ โดยที่ไม่ได้ตระหนักเลยว่า มีความจริงอีกมากมายในโลกใบใหญ่ ที่อาจทำให้มูลค่าของทรัพย์สินเงินทองที่เราหามาแทบตาย ประหยัดจนตัวโก่ง อุตส่าห์หาวิธีลงทุนเลือดตาแทบกระเด็น ลดหายลงไปฮวบฮาบโดยที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย นอกจากตกใจ !

และเมื่อได้เปิดตาให้กว้างขึ้นไปรับรู้ข่าวสารในโลกใบใหญ่ ก็อาจจะตกใจยิ่งกว่า ที่ได้รู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงมากมายที่มีผลต่อสถานะทางการเงินของผู้คนนับร้อยพันล้านคนทั่วโลกนั้น เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของคนเพียงไม่กี่คน ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบจากความเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้ที่มีสัดส่วนแค่ไม่ถึงหนึ่งในล้านเปอร์เซ็นต์แล้ว ย่อมหมายถึงความจริงว่า ในขณะที่บางคนมีอำนาจขนาดที่หมุนโลกได้ แต่ตัวเรากลับเล็กจ้อยราวกับเชื้อโรคในจักรวาล

เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยคงยอมเสียเวลาสักครู่เพื่อค้นให้เจอ ถ้าเกิดรู้ว่า มีแบงค์พันหายไปกับกางเกงตัวใดตัวหนึ่งในตะกร้าผ้าซัก หาแล้วหาอีกจนกว่าจะได้เงินกลับคืนมา แต่ในยามที่ความมั่งคั่งของตัวเองและครอบครัวหายไปสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หรือภาระหนี้สินครัวเรือนของประเทศเพิ่มขึ้น กลับมีคนไม่มากนักที่สนใจต้นสายปลายเหตุลึกๆ และไม่พยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองได้เข้าไปมีสิทธิ์มีเสียงภายในจุดศูนย์กลางของปัญหา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน ส่วนมากก็แค่บ่นๆ แล้วก็ก้มหน้าก้มตารับกรรม

เช่นเดียวกับที่คนจำนวนมากไม่คิดว่าตัวเองจะเดือดร้อนโดยตรงกับภาวะอ่อนหรือแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตราบที่ไม่ได้ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก หรือไม่ได้เตรียมแลกเงินจะไปเมืองนอก ทั้งที่การอ่อนแข็งของค่าเงินโลกมีผลโดยตรงต่อค่าเงินในกระเป๋าซึ่งก็คือความมั่งคั่งของเราทุกคน

ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งปี2540 คนไทยคงเคยท่องได้ว่า เราต้องใช้เงินไทยราวยี่สิบห้าบาทแลกหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นต่อมาอีกเกือบยี่สิบปี (คือปัจจุบันที่เขียนบทความนี้) เราคุ้นๆว่าเงินไทยราวสามสิบกว่าบาทแลกได้หนึ่งดอลลาร์สหรัฐ สมัยที่การ์ตูนโดเรมอนออกมาใหม่ๆ หนึ่งบาทไทยแลกได้สิบเยน ตอนนี้คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องใช้เงินสามบาทกว่าแลกเหรียญสิบเยน ก็ลองคำนวณดูแล้วกันว่า ในทางเทคนิคแล้ว เราจนลงแค่ไหน

เราคงพอจะรู้กันว่า จีนกำลังพยายามจะผงาดขึ้นมาเป็นพี่ใหญ่ของโลก เหมือนที่สหรัฐฯเคยเป็น แต่หลายคนก็ยังคิดว่า อย่างไรเสีย สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยังเป็นค่าเงินหลักของโลกต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย และคงมีคนไม่มากนักเช่นกันในขณะนี้ที่สนใจจะรู้ลึกๆ เรื่องที่จีนประกาศเอาราคาทองคำมาเทียบค่ากับหยวน เมื่อราวกลางเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมานี้เอง ในอัตรา 257.97 หยวนต่อทองคำ 1 กรัม โดยให้ตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง

สำหรับบางคน อาจกังวลแค่ว่า ราคาทองที่ตัวเองซื้อเก็บไว้จะผันแปรไปในทิศทางไหน แต่สำหรับภาพรวมในระดับโลก นั่นหมายถึงจีนได้ประสบความสำเร็จระดับที่สูงขึ้น จากการปลดแอกค่าเงินหยวนจากอิทธิพลเงินสหรัฐฯ และงานนี้จีนก็ไม่ได้ลุยเดี่ยว แต่มาพร้อมกับแรงหนุนจากประเทศพันธมิตรสังคมนิยมขาใหญ่อย่างรัสเซีย ที่แบ็คอัพทุกย่างก้าวของจีนแบบเนียนๆทว่ามั่นคง ด้วยการออกแถลงการณ์การลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในน่านน้ำสากล รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้

ถึงจะเป็นข่าวครึกโครมคับโลกใบใหญ่ แต่คนส่วนใหญ่ในโลกใบเล็กอาจสนใจน้อยกว่าข่าวดาราเลิกกัน ว่านี่เป็นครั้งแรกที่รัสเซียส่งกองเรือประสิทธิภาพสูงยิ่งเข้ามายังน่านน้ำแปซิฟิกกับทะเลจีนใต้ เพื่อเป็นการโต้ตอบสหรัฐฯ ที่พยายามข่มอำนาจจีนด้วยการขยับแสนยานุภาพทางการทหารไปในหลายภูมิภาค  โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ แถมยังระดมพันธมิตรมาฝึกซ้อมรบคอบบร้าโกลด์ ซึ่งล้วนแต่ทำเพื่อกดดันจีน มิให้จีนปลดแอกหยวนออกจากดอลล่าร์ และผลลัพธ์ก็คือ มังกรจีนไม่ได้ยี่หระ แถมยังกระตุ้นความสัมพันธ์ให้มังกรจีนกับหมีขาวรัสเซียยิ่งกอดคอจูบปากรักใคร่กันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในเวลาที่มหาอำนาจในโลกกำลังฮึ่มฮั่มกันอยู่นี้ คนที่ชอบอ่านข่าวกอสซิปอาจสนใจแค่ว่า ครั้งหนึ่ง…ประธานาธิบดีสหรัฐและภรรยา หัวเราะกว้างแค่ไหนตอนไปเยี่ยมเจ้าชายวิลเลียมกับพระชายาคนสวยและเจ้าชายแบบส่วนตัวที่อังกฤษ

อาจจะมีบางคนสะดุดใจนิดหน่อยว่า ทำไมเจ้าฟ้ารัชทายาทอังกฤษขยันออกโรดโชว์เยี่ยมมวลมิตรในเอเชีย อย่างอินเดีย ภูฏาน และแสดงความสนิทสนมชิดเชื้อออกสื่อกันอย่างเอิกเกริก แต่เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังที่ขุ่นข้นด้วยเงื่อนไขทางการเมืองและเศรษฐกิจ กลับไม่น่าสนใจเท่ากับภาพสวยงามในอิริยาบทน่ารักๆ ของบรรดาชนชั้นนำทั้งหลายที่แสดงออกมาให้แชร์กันสนุกในสื่อโซเชียล เสมือนเป็นฉากแห่งความสุขในแฟรี่เทลให้ผู้คนทั้งหลายดูแล้วชื่นชมปลาบปลื้มลืมทุกข์โศก ลืมโลกแห่งความเป็นจริง

รัสเซียจับมือกับจีนแล้วจะกลับมาแข็งแกร่งขนาดไหน คนที่สนใจจะรอซื้อกระเป๋าลดราคา หรือเช็คราคามือถือเครื่องใหม่คงไม่สนใจมาก แต่คงจะมีผู้ประกอบการท่องเที่ยว คนทำอสังหา และสาวบาร์เบียร์ที่พัทยาและภูเก็ต รอคอยการกลับมาของลูกค้าหน้าบึ้งจากรัสเซีย หลังจากที่พากันเผ่นกลับประเทศยกใหญ่จากวิกฤตที่ทำให้เงินรัสเซียหมดค่า เศรษฐีรัสเซียกลายเป็นยาจกกันถ้วนหน้า บริการทางเพศราคากันเองจากสาวรัสเซียกลายมาเป็นหนึ่งใน ‘ของนอก’ ที่เข้ามาตีตลาดไทย ดุจเดียวกับส้มสีสวยจากต่างแดนเข้ามาตีตลาดด้วยราคาถูกกว่าส้มบางมด

คนที่มองโลกในมุมกว้าง มองโลกแห่งความจริง พร้อมกับกระเป๋าสตางค์ใบโต ออกเดินทางไปซื้อของถูกที่รัสเซีย ไปผูกมิตรค้าขายกับจีน แม้คนไทยอาจจะรังเกียจนักท่องเที่ยวจีนอยู่บ้าง แต่คนไทยไม่รังเกียจเงินหยวน…โลกแห่งความจริงเป็นเช่นนั้น

และในโลกแห่งความจริงใบเดียวกันนี้ บางคนก็ไม่เคยสังเกตว่า สินค้านำเข้าจำนวนมหาศาลจากจีนกำลังขยายพื้นที่อย่างฮึกเหิมในตลาดแทบทุกระดับ ส้มสายพันธุ์ไทยที่เคยราคาถูกจนแทบจะเอามาปาหัวกันเล่นได้ในยุคก่อนกลายเป็นสินค้าขึ้นห้างราคาสูงลิบจนชาวบ้านที่รับค่าแรงขั้นต่ำซื้อกินไม่ได้ แต่ส้มจากจีน แอปเปิ้ลนิวซีแลนด์ สตรอเบอรี่ลูกโตหวานฉ่ำจากญี่ปุ่นวางขายเกลื่อนในราคาถูกกว่าผลไม้ไทย กระทั่งมะนาวพันธุ์พื้นถิ่นของไทยในฤดูแล้ง เมื่อเทียบราคาตามน้ำหนักแล้วอาจแพงกว่าเลมอนสีเหลืองลูกโตน้ำเยอะจากต่างประเทศ

ปรากฏการณ์ทั้งหลายที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามานี้ หากจะมองว่าไม่เกี่ยวกัน ก็มองได้ แต่นั่นคงต้องหลับตามอง เพราะถ้าช่วยกันเปิดกะลาใบเล็กที่ครอบอยู่และลืมตามองโลกแบบกว้างๆแล้ว จะเห็นว่า สิ่งที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันนั้น แท้จริงแล้วเกี่ยวกันไปหมด

แม้แต่คนโสดที่ไม่สนใจโลก ซุกตัวอยู่ในห้องแคบๆ ดื่มด่ำเสพซีรีย์เกาหลี เด็กวัยรุ่นที่อดหลับอดนอนเพื่อไปรอรับนักร้องเคป็อปที่สนามบิน ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินวอนแข็งขึ้น แม้พวกเขาจะไม่เคยสนใจสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างพรมแดนเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ไม่สนใจข่าวการทดลองขีปนาวุธที่ทำให้หุ้นตกทั่วโลก ไม่สนใจว่าทำไมค่าน้ำมันในตลาดโลกจึงดิ่งลง แค่สนใจว่าวันนี้เติมน้ำมันในปั๊มได้ถูกลงกว่าวันก่อนห้าสิบสตางค์ก็ดีใจมากแล้ว เป็นชัยชนะในโลกใบเล็กที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง ‘เหนือกว่า’ คนอื่นอยู่หลายขุม

ก่อนจะรูดบัตรเครดิตซื้อรองเท้าใหม่สักคู่ใส่ไปทำงานต้นเดือนหน้า นัดกันไปเช็คอินที่เก๋ๆในวันศุกร์กับคนรู้ใจ จองรีสอร์ทเก๋ไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลในวันหยุดยาวครั้งต่อไป เพื่อประกาศชัยชนะสำหรับการมีชีวิตดี๊ดีในโลกสวยของคุณ เคยถามตัวเองจริงๆหรือยัง ว่าที่สุดแล้วคุณตั้งในจะเลือกอยู่ในโลกใบไหนแน่

ถ้าคุณมีสิทธิ์เลือกได้

———————–

ที่มา : คอลัมน์ MONEY GROWS จากนิตยสาร ESQUIRE ฉบับพฤษภาคม 2559

You may also like...