17 เม.ย.56 Good Morning News จากกองทุนบัวหลวง

มิตรแท้ตลอดเส้นทางลงทุน

General News

• สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนในเดือน ก.พ. ขยายตัวขึ้น 0.4% จากเดือน ม.ค.ที่ร่วงลง 0.6% ซึ่งอาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจยูโรโซนเริ่มที่จะหลุดพ้นจากภาวะถดถอยแล้ว

• องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ OECD เปิดเผยว่า อัตราว่างงานในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ในเดือน ก.พ.ลดลงสู่ระดับ 8% จาก 8.1% ในเดือน ม.ค. โดย ประชาชนที่ว่างงานในกลุ่ม OECD มีจำนวน 48.7 ล้านคนในเดือน ก.พ. 2556 ลดลง 200,000 คนจากระดับในเดือน ม.ค.

• ZEW Center เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของเยอรมนีในเดือนเม.ย.ร่วงลงมาอยู่ที่ 36.3 จากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 48.5 ในเดือนมี.ค. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้และภาวะถดถอยของเศรษฐกิจในยูโรโซน นับเป็นการบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีอาจจะฟื้นตัวลำบาก

• เหตุระเบิด 2 ครั้งที่การแข่งขันวิ่งมาราธอนที่เมืองบอสตันของสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาของสหรัฐนั้น ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเด็กอายุ 8 ปี ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บมีรายงานว่าเพิ่มขึ้นเป็น 141 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บที่อาการสาหัส 17 ราย ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศว่าจะหาตัวผู้ก่อเหตุเพื่อมารับโทษจากการกระทำครั้งนี้

• สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน เม.ษ. ปรับลดลงแตะ 42 จาก 44 ของเดือนก่อนหน้า ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 45 โดยเป็นสัญญาณที่บอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีปัญหาในการฟื้นตัว

• ก.พาณิชย์ของสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค.ปรับตัวลง 0.4% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน แตะที่ 4.1828 แสนล้านดอลลาร์ ทำสถิติปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 3 เดือน แต่เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากยอดขายในปั๊มน้ำมันที่ลดลง

• รอยเตอร์และมหาวิทยาลัยมิชิแกนกล่าวว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงต้นเดือน เม.ย. อ่อนตัวลงแตะ 72.3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน จากระดับเดือน มี.ค.ที่ 78.6 สถิติดังกล่าวอาจจะบ่งชี้ถึงการใช้จ่ายที่ชะลอตัวลงในอนาคตของผู้บริโภคสหรัฐ และยังบ่งชี้ว่าชาวอเมริกันอาจจะรู้สึกถึงผลกระทบจากภาษีที่สูงขึ้น

• กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐลงสู่ระดับ 1.7% ในปีนี้ จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 2% อันเนื่องมาจากการปรับลดงบประมาณรายจ่ายโดยอัตโนมัติที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนที่แล้วจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ

• รัฐบาลสหรัฐเห็นชอบให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมการเจรจาเปิดเสรีการค้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หลังจากทั้งสองประเทศได้เสร็จสิ้นการหารือในขั้นเตรียมการว่าด้วยประเด็นโต้แย้งต่างๆ โดยคาดว่า ญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะสามารถเข้าร่วมการเจรจาอย่างเป็นทางการได้เร็วที่สุดในเดือน ก.ค. 2556

• สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจีนชะลอลงแตะ 7.7% ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ แต่ยังคงสูงกว่าเป้าตลอดปีที่ 7.5% และผลผลิตมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมของจีน ปรับตัวขึ้น 9.5% เทียบรายปี ซึ่งยังต่ำกว่าการขยายตัวตลอดทั้งปี 2555 อยู่ 0.5% บ่งชี้ว่ารัฐบาลชุดใหม่ไม่ได้ผลักดันการขยายตัวเป็นภารกิจหลักของรัฐบาล

• ส.สถิติแห่งชาติจีน รายงานว่า ยอดค้าปลีกของจีนในไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัว 12.4% เทียบรายปี แตะ 5.5451 ล้านล้านหยวน ซึ่งลดลง 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการขยายตัวที่ชะลอลงของตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีน ส่งสัญญาณไม่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเพราะ จีนมีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลก

• ก.คลังเกาหลีใต้ได้ออกแถลงการณ์เรื่องงบประมาณเสริมที่จะใช้สนับสนุนกลุ่มผู้ส่งออกที่ได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่อ่อนค่าลง และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งเป้ากระตุ้นการขยายตัวให้ได้ 0.3% โดยงบ 3 ล้านล้านวอนจะถูกนำมาใช้ในการสร้างงานและบริการด้านการฝึกอบรม

• ธ.กลางสิงคโปร์ประกาศคงนโยบายการเงิน ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศหดตัวลง แต่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทำให้สิงคโปร์ต้องจำกัดขอบเขตการใช้มาตรการกระตุ้นการเงิน ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หดตัวลง 1.4% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จากไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่ขยายตัว 3.3%

• ธนาคารโลกยังได้ปรับเพิ่มแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ 5.3% ในปีนี้ และ 5% ในปีหน้า จากเดิมที่คาดไว้ที่ 5% และ 4.5% ตามลำดับ โดยระบุถึงการปรับตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน และได้กล่าวเพิ่มอีกว่าเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะเติบโต 6.5% ในปีนี้ และ 6.7% ในปีหน้า จาก 5.8% ในปี 2555 ส่วนเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.3% ในปีนี้ จาก 7.8% ในปีที่แล้ว

Equity Market

• SET Index เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ปิดที่ 1,527.32 จุด เพิ่มขึ้น 10.51 จุด หรือ +0.69% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 41,485.85 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1090.17 ล้านบาท ทั้งนี้ ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเกือบปิดอยู่ที่จุดสูงสุดของวัน โดยกลุ่มที่ดันตลาดขึ้นได้แก่กลุ่มเทเลคอม +4.23% ตามมาด้วยกลุ่มขนส่งและการท่องเที่ยว

Fixed Income Market

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง -0.04% ถึง + 0.01%

Gold Corner

• การซื้อขายทองคำที่ตลาดนิวยอร์ค ปรับลดลงอย่างรุนแรง หลังจีนเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกตามมา ผนวกกับข่าวเหตุลอบวางระเบิดในการแข่งขันวิ่งบอสตันมาราธอน ทำให้มีคนตาย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 141 ราย ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำออกมาจำนวนมาก หลังจากราคานั้นปรับลดลงอย่างหนักในวันศุกร์ที่ผ่านมา และปรับลดลงต่อเนื่องอีก ทำจุดต่ำใหม่ที่ระดับ 1335.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอนออนซ์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>