Untitled Document
 
Untitled Document

Untitled Document
 
หน้าแรก  >  CSR  >  บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด
 
   

ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
กลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค - ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์

ข้อมูลองค์กร: 
บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด หรือที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยว่า “ลีเวอร์บราเธอร์” ก่อตั้งขึ้นในปี 2475 โดยเป็นบริษัทในเครือยูนิลีเวอร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ และมีกิจการอยู่ในประเทศต่างๆ กว่า 150 ประเทศทั่วโลก กว่า 70 ปี ที่ผ่านมา ยูนิลีเวอร์ได้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จนในวันนี้ได้กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับหนึ่งของเมือง ไทย ที่มีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้า “ยอดนิยม” ของคนไทย เช่น บรีส โอโม โดฟ ซันซิล ใกล้ชิด คนอร์ เบสท์ฟู้ดส์ ไอศกรีมวอลล์ เป็นต้นผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์ครอบคลุมทุกความต้องการในชีวิตประจำวันของ ผู้บริโภค และมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง 

ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่: 18 ไทยพาณิชย์ปาร์ค อาคาร 1 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์: 0-2554-2000
โทรสาร: 0-2512-1137
เว็บไซต์: http://www.unilever.co.th
ติดต่อฝ่าย CSR: พงษ์ทิพย์ เทศะภู ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสาร
โทร.  0-2554-3430



กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ได้รักษามาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่อง โดยคิดค้นวิธีการในการผลิตและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด เช่น การคิดค้นกระบวนการผลิตผงซักฟอกชนิดเข้มข้นที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน หรือการคิดค้นบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสามารถนำไปแปรสภาพนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ยังนำระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการน้ำใช้แบบอิสระ ระบบบำบัด น้ำเสีย ระบบระบายน้ำ อีกทั้งยังจัดตั้งโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ด้านสิ่งแวดล้อม
1. โครงการ "ซันซิล แฮร์ ฟอร์ โฮป" ซันซิลจัดดึงผู้บริโภคช่วยลดโลกร้อนพร้อมเติมพลังชีวิตให้ผู้หญิงบ้านพัก
ฉุก เฉิน
จากความสำเร็จอย่างท่วมท้น ของแคมเปญการตลาด “ขวดเปล่าซันซิล 3 ขวด แลกฟรีแชมพูซันซิล 1 ขวด” ทำให้ยูนิลีเวอร์ได้ขวดเปล่าซันซิลกว่า1 ล้านขวด คิดเป็นน้ำหนักกว่า 20,000 กิโลกรัม ซันซิลจึงได้จัดกิจกรรมนำร่องเพื่อสังคม “แฮร์ ฟอร์ โฮป” (Hair for Hope) ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าของยูนิลีเวอร์ทั่วประเทศใน การรวบรวมขวดเปล่าซันซิลจากผู้บริโภคไปจำหน่ายตามระบบ ซึ่งขวดเหล่านั้นจะเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี แคมเปญนี้นอกจากจะช่วยผู้บริโภคประหยัดเงินค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งเมื่อนำขวดเปล่าดังกล่าวมาเข้ากระบวนการรีไซเคิลแล้วเราสามารถช่วยลดการ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 200 ตันทีเดียว
 ไม่เพียงเท่านั้น รายได้หลังการจำหน่ายขวดแชมพูกว่า 1 ล้านขวด รวมทั้งเงินสมทบจากหลายๆ ฝ่ายสามารถรวบรวมเป็นเงินได้ถึง 200,000 บาทโดยซันซิลได้นำไปมอบให้กับมูลนิธิส่งเสริมสถานภาพสตรี หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีคือ บ้านพักฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้ความช่วยเหลือสตรีและเด็ก โดยในวันที่ไปมอบเงิน ซันซิลยังได้จัดกิจกรรมซาลอนเคลื่อนที่เพื่อเข้าไปบริการเสริมสวย สระผม และทำผมให้กับผู้หญิงในบ้านในบ้านพักฉุกเฉินอีกด้วย
http://www.unilever.co.th/sustainability/environment/hairforhope/

2.

โครงการร่วมสถาปนา "สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม"

ยูนิลีเวอร์ เป็นองค์กรหนึ่งที่มุ่งเน้นในเรื่องของการทำประโยชน์ให้แก่สังคม และหนึ่งในนโยบายของบริษัทฯ ก็คือการให้ความสนับสนุนด้านกิจกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ร่วมสถาปนา "สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม" "สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม" เกิดจากการรวมตัวของ 19 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำและกลุ่มอุตสาหกรรมในสภาอุตสาหกรรม 3 กลุ่มหลักเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายการลดขยะบรรจุภัณฑ์ในกองขยะชุมชนลงเหลือ 19 เปอร์เซ็นต์ ของขยะทั้งหมดภายใน 5 ปี หลังจากตั้งสถาบันฯ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งนับได้ว่าหากการทำงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการดูแลกว่า3หมื่นล้านบาท

http://www.unilever.co.th/sustainability/environment/tipmse/

ด้านเด็กและเยาวชน
1. โครงการ “มอไรเดอร์ จักรยานนี้เพื่อน้อง”
กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ “มอไรเดอร์ จักรยานนี้เพื่อน้อง” ผ่านแบรนด์ไอศกรีมแคลเซียมสูง “วอลล์ มอ” โครงการ นี้เป็นการบริจาคจักรยานให้กับเด็กทั่วประเทศและถือเป็นโครงการแรกของวอลล์ ที่มีการวางแผนที่จะดำเนินโครงการในระยะยาว เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคมปีนี้ โดยเด็กนักเรียนในกรุงเทพฯ สามารถมีส่วนร่วมในการแบ่งปันได้ ผ่านการปั่นจักรยาน วอลล์ มอ ที่ไปตั้งอยู่ที่โรงเรียนในกรุงเทพฯ จำนวน 45 โรงเรียน รวมถึงบริษัทยูนิลีเวอร์ สำนักงานใหญ่และโรงงาน เพื่อสะสมไมล์ร่วมกันและนำไมล์มาคำนวนเป็นจำนวนจักรยาน โดยมีเป้าหมายคือ 1,000,000 ไมล์ เพื่อมอบจักรยาน 1,000 คันให้แก่เด็กนักเรียนชนบท100 โรงเรียนในต้นปี 2552
นอกจากนี้เด็กๆ ยังสามารถร่วมบริจาคจักรยานได้ด้วยการสะสมไม้ ฝาโคน หรือซองของผลิตภัณฑ์ วอลล์ มอ เพื่อนำมาแลกเป็นจักรยานให้เพื่อนที่อยู่ในชนบท ทุกๆ 1,000 ชิ้นส่วนจะเท่ากับจักรยาน 1 คันโดยส่งชิ้นส่วนที่ ตู้ป.ณ.20 ปณจ.บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 ได้จนถึง 5 ธันวาคม 2551
http://www.unilever.co.th/ourbrands/cookingandeating/mooriderbicycle.asp

 http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02csr03210751&day=2008-07-21&sectionid=0221


2. โครงการ “ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้”
บรีส โดยยูนิลีเวอร์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ มีความมุ่งมั่นที่จะ “เติมพลังให้แก่ชีวิต” ของผู้บริโภคชาวไทยทุกคน ด้วยการส่งเสริมให้เด็กไทยทั่วประเทศ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองและครู ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการเล่นให้มากขึ้น โดยในปี 2549 บรีสได้นำแนวคิดเรื่องการส่งเสริมความฉลาดทางการเล่นหรือเพลย์คิว มานำเสนอสู่สังคมไทยเป็นครั้งแรก และทำโครงการจัดสร้าง “ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้” ขึ้นในโรงเรียนและชุมชนต่างๆ 60 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เด็กไทยได้เรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างดีที่สุด ในสถานที่ที่ก่อสร้างอย่างมีมาตรฐาน และมีแผนจะเพิ่มขึ้นเป็น 200 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2552
 http://www.ryt9.com/news/2007-07-02/8759457
http://www.unilever.co.th/ourcompany/newsandmedia/pressreleases/2006/
20087931346.asp
 
ด้าน ชีวิตและสุขภาพ
1.

 โครงการ “Easy Breakfast” กับการ์ตูนแอนนิเมชั่น “แยม-ปัง คู่หูจอมพลัง”

ในฐานะผู้นำตลาด เบสท์ฟู้ดส์ จากบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้งจำกัด มีความพยายามที่จะทำให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มหันมาใส่ใจในการเลือกรับประทาน อาหารที่เป็นประโยชน์ โดยตั้งแต่ปี 2548 เบสท์ฟู้ดส์ก็ได้เริ่มแคมเปญรณรงค์การบริโภคอาหารเช้าภายใต้ชื่อ “Easy Breakfast” เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมากด้วยแนวคิดที่รับประทานง่ายราคาไม่ แพง และได้คุณค่าทางอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อรับประทานแยมพร้อมกับขนมปัง ในปี 2549 ก็ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเพิ่มเนื้อผลไม้ในแยม เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพสินค้า ทั้งยังจัดทำการ์ตูนแอนนิเมชั่น “แยม-ปัง คู่หูจอมพลัง” ซึ่งตั้งใจจะบอกให้เด็กๆ เยาวชน ตลอดจนผู้ปกครองหันมาให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นของวันด้วยการรับประทาน อาหารอย่างมีคุณค่า ในรูปแบบของการ์ตูนที่น่ารักสดใส แต่แฝงไว้ซึ่งเนื้อหาสาระที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็ก ซึ่งจะนำพาให้โครงการครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น “แยม-ปัง คู่หูจอมพลัง” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2551

http://www.unilever.co.th/ourcompany/newsandmedia/pressreleases/2006/
200813034311.asp

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    

http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=M2222323&issue=2232

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02csr01210151&day=2008-01-21&sectionid=0221

http://www.bangkokbiznews.com/2007/12/18/news_25321502.php?news_id=25321502

Share
ให้คะแนนบทความนี้
คะแนนบทความนี้: 1.0/5ดาว (จากจำนวนโหวต 1 vote )

Untitled Document
 
 
 
 


 

 


©2009 Copyright Reserved dooqo Company Limited